เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการแต่งตั้งบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยเฉพาะตำแหน่งศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ว่า ปัจจุบันยังมีตำแหน่งว่างอยู่จำนวน 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ตำแหน่งศึกษาธิการภาค 2 จ.ปทุมธานี ศึกษาธิการภาค 5 จ.นครศรีธรรมราช ศึกษาธิการภาค 7 จ.ยะลา ศึกษาธิการภาค 8 จ.ชลบุรี ศึกษาธิการภาค 10 จ.อุดรธานี และศึกษาธิการภาค 15 จ.เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้มีการประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทผู้บริหารระดับสูง สังกัดกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โดยเรื่องนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ว่าที่ผ่านมามีการศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์และแนวทางการแต่งตั้งเพิ่มเติมให้รอบคอบก่อนดำเนินการ  ซึ่งมีข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายที่เห็นว่าบทบาทและภารกิจของศึกษาธิการภาคอาจมีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องมีการพิจารณารายละเอียดอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนในเชิงโครงสร้างการบริหารงานของกระทรวง

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้ตนเห็นว่าตำแหน่งศึกษาธิการภาคเป็นตำแหน่งสำคัญที่ว่างมานานแล้ว จึงควรเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน โดยจะต้องแยกบทบาท ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของศึกษาธิการภาคกับผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการออกจากกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง เพียงแต่ต้องกำหนดขอบเขตภารกิจของแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้  เพราะปัจจุบันการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาในระดับพื้นที่ยังมีช่องว่างบางประการ ดังนั้นการมีศึกษาธิการภาคเข้ามาทำหน้าที่ประสานและบูรณาการการดำเนินงานในระดับพื้นที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายของศธ.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย