เมื่อวันที่ 19 ส.ค. รายการโหนกระแส คุยกันต่อเนื่อง ประเด็นร้อนเกี่ยวกับ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี หลังมีคำสั่งจาก เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี อนุญาตให้หลวงพ่ออลงกต ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ รวมทั้งข้อสงสัยเรื่อง ประวัติการศึกษาและชื่อจริงในทางโลกของท่าน โดยมีแขกรับเชิญในรายการคือ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิการวิจัยนานาชาติ โครงการปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และ มหาหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม
โดยจุดเริ่มต้นของประเด็นวุฒิการศึกษา และประวัติการศึกษาทางโลกของหลวงพ่ออลงกต ที่ถูกขุดคุ้ยว่า น่าจะเป็นเรื่องปลอมนั้น ลำดับประวัติที่มีการเผยแพร่ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2511 ซึ่งระบุว่าหลวงพ่อจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนนันทวิทยาลัย จ.ขอนแก่น และได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะนั้นว่า หลวงพ่อหรือนายเกรียงไกร จบจริง แต่สิ่งที่สร้างข้อสงสัยคือ หลวงพ่อมีการใช้นามจริง 2 ชื่อ คือ นายอลงกต พลมุข และนายเกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว ซึ่งไปปรากฏในเอกสารต่าง ๆ
เมื่อไปตรวจสอบประวัติการศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งถูกระบุในเว็บไซต์ของวัดว่าหลวงพ่อเคยจบจากที่นี่ในปี 2516 กลับไม่พบข้อมูลชื่อทั้งเกรียงไกรและอลงกต อยู่ในระบบของโรงเรียนแต่อย่างใด
กรณีที่หลวงพ่ออ้างว่าจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2519 ก็ไม่พบหลักฐานยืนยันในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย โดยในรายการ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ “อาจารย์อ๊อด” ได้ยืนยันว่าไม่มีชื่อในระบบนักศึกษาและไม่พบหลักฐานการจบการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็เพิ่งสอบถามมหาวิทยาลัยถึงประเด็นนี้ด้วย

ด้านการศึกษาระดับปริญญาโท ที่หลวงพ่ออ้างว่าจบจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ก็มีข้อโต้แย้งตามมา เพราะช่วงปีที่อ้างจบนั้น สาขาดังกล่าวยังไม่ได้ถูกเปิดสอนจริง ซึ่งยิ่งเพิ่มข้อกังขาในสังคม
เมื่อถามว่า แล้วหากวุฒิการศึกษาเป็นเรื่องปลอมแปลงจริงๆ ท่านจะมีความผิดอย่างไรหรือไม่ ในทางธรรมวินัย ก็ถือว่าเป็นเพียงความผิดเล็กน้อย เหมือนพระแอบฉันข้าวเย็น ไม่ได้ร้ายแรงอะไร เพราะเมื่อบวชเป็นพระ ก็ต้องใช้การศึกษาทางพระ นักธรรม เปรียญธรรม การศึกษาทางโลก ไม่เอามาพิจารณาเลย
แต่ที่น่าสงสัยก็คือ การยื่นของสมณศักดิ์ของท่าน มีการระบุการศึกษาทางโลก กราบทูลฯ ขอสมณศักดิ์หรือไม่ เพราะหากใส่ลงไปด้วย ก็อาจจะผิด ม.112 เพราะเป็นการยื่นข้อมูลอันเป็นเท็จกราบทูลเบื้องสูง
เปิดประวัติ “หลวงพ่ออลงกต” นักบุญแห่งวัดพระบาทน้ำพุแสงสว่างของผู้ป่วยเอดส์…
ขณะเดียวกัน ล่าสุดมีคำสั่งจาก เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี อนุญาตให้หลวงพ่ออลงกต ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ โดยระบุว่า
“ด้วยพระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต) ฉายา ติกฺขปญฺโญ อายุ 65 พรรษา 38 วิทยฐานะ น.ธ.โท เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง อาศัยอำนาจตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2551 จึงอนุญาตให้พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต) ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
กล่าวได้ว่า จากนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่คำชี้แจงของหลวงพ่ออลงกต ว่าจะออกมาพูดอะไรต่อสังคม และหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ จะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อสงสัยที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถาม

เรื่องนี้ มหาหมี มองว่า ในเรื่องการจะดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสในฐานะพนักงานของวัด ต้องแจ้งความในห้วงเวลา 5 ปี ที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถึงแม้จะลาออก ก็ยังอยู่ในระยะเวลา 5 ปี และความผิดที่สำเร็จไปแล้ว หากพบว่าเป็นความผิด ก็ยังสามารถถูกดำเนินคดีในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐได้อยู่
แต่สิ่งที่ดีก็คือ เมื่อลาออกมาแล้ว ทางคณะสงฆ์จะต้องแต่งตั้งเจ้าอาวาสใหม่เข้าไปดำรงตำแหน่งที่วัดพระบาทน้ำพุ แล้วทำการตรวจสอบบัญชีวัดทั้งหมด โดยที่หลวงพ่ออลงกตไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ จะเป็นผลดีในการแสวงหาความจริง
ขณะที่ ประเด็นมูลนิธิของวัดพระบาทน้ำพุ ตรวจสอบพบว่า วัดได้จดทะเบียนมูลนิธิทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิธรรมรักษ์, มูลนิธิอาทรประชานาถ, มูลนิธิธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต, มูลนิธิฟ้าสร้างไทย (กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการยุบเลิก), มูลนิธิพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิ และมูลนิธินาถะ ซึ่งพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต ไม่ได้มีชื่อเป็นประธานหรือกรรมการโดยตรง แต่เป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นตามดำริ เพื่อรองรับการสงเคราะห์ช่วยเหลือสังคมและดำเนินโครงการกิจกรรมต่างๆ ของวัด
รายการยังรายงานถึงการตรวจสอบทรัพย์สินของมูลนิธิและวัดด้วย โดยพบว่า วัดถือครองที่ดินของตนเองจำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 6 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี ขณะที่ที่ดินซึ่งอดีตไวยาวัจกรของวัดถือครอง อาจเกี่ยวข้องกับวัด จำนวน 33 รายการ นอกจากนี้ วัดยังมีบัญชีเงินฝากธนาคารทั้งหมด 8 บัญชี ซึ่งการบริหารจัดการเงินบริจาคทั้งเงินสดและโอนเข้าบัญชีธนาคาร จะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ขอความอนุเคราะห์จากวัด หรือโอนสนับสนุนมูลนิธิต่างๆ ตามโอกาสและความเหมาะสม
อีกหนึ่งหน่วยงานที่อาจมีความเกี่ยวข้องคือ กระทรวงสาธารณสุข เพราะวัดพระบาทน้ำพุ มีการขออนุญาตเปิดเป็นสถานชีวาภิบาล ดูแลผู้ป่วย HIV และผู้ป่วยอื่นๆ ซึ่งในเรื่องนี้ ทาง นายกองตรี ดร ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งว่า ยังไม่มีตำรวจ หรือหน่วยงานไหน เรียกร้องหรือร้องขอให้ สธ. เข้าไปตรวจสอบ
ซึ่งหากเข้าไป ก็ต้องดูว่า มีแค่ 2 ประเด็น ที่เราต้องตรวจสอบก็คือ 1.มีอาคารหลังหนึ่งในพื้นที่ตรงนั้น ที่ขออนุญาตเป็นสถานที่ปลูกและผลิตกัญชา และ 2.คือการเข้าไปตรวจสอบในฐานะสถานพยาบาล ซึ่งถ้ามีคนร้องให้เข้าไปตรวจสอบก็เข้าไปอยู่แล้ว



