เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนและพิจารณาคดีการดำรงตำแหน่งของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาว่าเรื่องคลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา นั้น น.ส.แพทองธารจะเดินทางไปไต่สวนเองหรือไม่ และทิศทางการเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ว่า มีแต่คนอื่นพูด แต่นายกฯ ไม่เคยพูดว่าจะไปหรือไม่ไป เพียงแต่ตอบว่าตรงกับวันเกิดเท่านั้นเอง ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับตัวนายกฯ ว่าจะเข้าสู่ระบบการไต่สวนที่ศาลท่านได้ให้โอกาส
“ตอนที่ผมไม่ได้ไปใช้สิทธิเพราะถูกคุมขัง ขอโอกาสศาลท่านยังไม่ให้โอกาสเลย ความจริงทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ดังนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ควรจะไปพิสูจน์กันในชั้นศาล ส่วนที่ว่าจะไปหรือไม่ไปนั้น ก็ขึ้นอยู่นายกรัฐมนตรีเอง” นายจตุพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีจะรอดในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวเรื่องมีดีลคดีอิ๊ง 5:4 นายจตุพร ระบุว่า ตนไม่เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะถูกกระทำหรือไปกระทำแบบนั้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาด้านใดด้านหนึ่งก็ย่อมที่จะมีผลอยู่แล้ว ก็ขอให้รอผล ซึ่งคำตอบในคดีนี้อย่างที่ตนเคยพูดไว้ ว่าประชาชนตัดสินล่วงหน้าไปนานแล้ว ตั้งแต่มีคลิปออกมา ประชาชนมีคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนศาลรัฐธรรมนูญท่านจะพิจารณาอย่างไร ก็เป็นเสรีภาพ และดุลพินิจของท่าน

ส่วนคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ นายจตุพร เผยว่า ก็เป็นในกระบวนการศาลชั้นต้นทั้งสองคดี ไม่ว่าจะคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่อย่างไรก็ตาม นายทักษิณต้องมาฟังคำตัดสินด้วยตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คนใกล้ตัวของนายทักษิณมั่นใจว่านายทักษิณจะรอดจากคดี ม.112 นั้น นายจตุพร ระบุว่า ความมั่นใจกับข้อเท็จจริงมันเป็นคนละเรื่องกัน คนที่ผ่านคดีความต่อให้มั่นใจอย่างไร แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือความจริง ฉะนั้นเป็นธรรมดาของคนที่เป็นจำเลยย่อมที่จะมีความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เพราะบางคดีก็ทำใจสบายมาจากบ้าน แต่ท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็ตรงกันข้าม บางคดีเตรียมใจมาจากบ้านแต่ผลลัพธ์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง



