เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ บช.ภ.1 พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ช่วงระหว่างเดือน ต.ค.-พ.ย. 64 เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมต่างๆ และป้องกันเหตุความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นช่วงก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่รับผิดชอบ

โดยผลจากการจับกุมพบว่ามีการกวาดล้างจับกุมเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนได้ทั้งสิ้น 718 กระบอก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 724 คน โดยพื้นที่ที่มีการจับกุมอาวุธปืนได้มากที่สุดอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 103 ราย ส่วนพื้นที่ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้มากที่สุดอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 105 คน ส่วนการจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 1,411 คน โดยพื้นที่ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้มากที่สุดอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีแรงงานต่างด้าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 2,321 คนโดยพื้นที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้มากที่สุดอยู่ใน จ.สมุทรปราการ 472 คน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เริ่มเปิดศูนย์อำนวยการและควบคุมการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งประจำตำรวจภูธรจังหวัดตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย.-2 ธ.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์ข่าวเฝ้าระวังบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจก่อเหตุความรุนแรงและมีการจัดชุดป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งออกตรวจตราป้องกันการกระทำความผิดในช่วงโค้งสุดท้ายซึ่งทั่วประเทศมีหน่วยเลือกตั้งกว่า 6 หมื่นหน่วย โดยมีพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง 382 แห่งใน 33 จังหวัดที่อาจมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งโดยก่อนหน้านี้ได้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วประเทศและมีการจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 25,000 กว่าคน พร้อมของกลางอาวุธปืน 3,000 กว่ากระบอก อาวุธสงคราม 19 กระบอก วัตถุระเบิด 74 ลูก เครื่องกระสุน 1,000 กว่านัด ทั้งนี้ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้เตรียมความพร้อมในการดูแลการเลือกตั้งและดูแลเรื่องการจราจรในช่วงวันเลือกตั้งด้วยเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ จากข้อมูลการข่าวพบว่าภาพรวมพื้นที่เฝ้าระวังในการก่อเหตุใช้ความรุนแรงหรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเฝ้าระวังจับตามอง คือ พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ภาค 8 ภาค 7 และภาค 2 ซึ่งพื้นที่ที่มีการข่าวว่าจะมีการก่อเหตุใช้ความรุนแรงและกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมากที่สุดคือ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และ 9 เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงอีกทั้งยังมีเหตุที่เกี่ยวข้องต่อการประทุษร้ายต่อร่างกายมากที่สุด ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ไม่น่าจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นในครั้งนี้ สำหรับในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มีพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษคือพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีสระบุรี และลพบุรี ซึ่งจากการกวาดล้างอาวุธปืนในพื้นที่โดยรวมพบว่าส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนเถื่อนผิดกฎหมายหรือยังไม่ได้เปลี่ยนมือโดยถูกต้องตามกฎหมายเสียส่วนใหญ่ ประยงค์รับว่ามีอาวุธปืนที่อยู่ในความครอบครองของหัวคะแนนและกลุ่มการเมืองอยู่เล็กน้อย อย่างเช่นกรณีของในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีที่มีการพบอาวุธปืน Hk 1 กระบอก ซึ่งจากข้อมูลพบว่ายังมีอาวุธปืนอีก 3 กระบอกที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมเพิ่มเติม จึงขอเตือนไปถึงกลุ่มหัวคะแนนผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองในพื้นที่ต่างๆหากพบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งและใช้ความรุนแรงในพื้นที่พร้อมนำกำลังเข้าจับกุมดำเนินคดีทันทีไม่มีละเว้น

ในส่วนกรณี สภ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ที่จับกุมอาวุธปืนเอชเค 1 กระบอกในพื้นที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง ซึ่งให้ข้อมูลว่าอาวุธปืนดังกล่าวมีทั้งสิ้น 4 กระบอกโดยมีการแสดงหลักฐานเป็นภาพถ่ายอาวุธปืนดังกล่าวและเครื่องกระสุน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังไปตรวจยึดตามที่ผู้ต้องหาระบุไว้แต่พบว่าอาวุธปืนอีก 3 กระบอก ไม่อยู่ในพื้นที่ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่าได้จำหน่ายปืนดังกล่าวให้กับกลุ่มบุคคลนอกพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี อยู่ระหว่างให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามผู้ครอบครองอาวุธปืนทั้ง 3 กระบอก มาดำเนินคดีเพราะเกรงว่าอาจจะมาใช้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นในสิ้นเดือนนี้.