นับเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่หลายคนลุ้นให้มีข่าวดีอยู่เสมอ สำหรับพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ กับแฟนสาวคนสวย จันจิ-จันจิรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ จันจิ ได้ดอกไม้งานแต่งมาแล้วหลายช่อ จนแฟนคลับต่างแซวว่าเป็นอาถรรพณ์ที่รอวันขอแต่งงาน
ล่าสุด ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 75 และไทยเที่ยวนอก Exclusive มาริโอ้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวความรักและเหตุการณ์ที่รถคันโปรดของเขามีปัญหาขณะกำลังเดินทางไปร่วมงานแต่งของรุ่นพี่ในวงการ พร้อมทั้งเปิดใจถึงประเด็นที่จันจิโพสต์ข้อความเชิงตัดพ้อผ่านโซเชียล โดย มาริโอ้ เผยว่า
“ก็เป็นแพลนที่เราวางแพลนกันไว้อยู่แล้ว พอดีผมมีหน้าที่ต้องเอารถไปเข้าฉากกับออกงานแต่งแม่แอน แต่ว่ารถมันดื้อนิดนึง อยู่ๆ มันก็ดับกลางทางด่วน ก็พยายามสตาร์ตเขาแล้ว สักพักเหมือนเขาตื่นแล้ว เขากลับมา ซึ่งตอนแรกเขาหลับไปเลย ผมก็เลยพยายามที่จะปลุกคุยกับเขา ก็ช่วยกันด้วย ก็อยากจะเอาไปให้แม่แอนด้วย แล้วก็แม่แอนก็ชอบคันนี้ด้วย ก่อนหน้านั้น มีเทสต์ทุกวัน ติดทุกวัน แต่มันมาหลับวันนี้ แต่มันก็กลับมา ก็โชคดีที่เขาหายงอน แล้วผมก็พาเขาไปได้ ตอนแรกตกใจมาก เพราะว่าอยู่กลางทางด่วน คนเต็มไปหมดเลย แล้วเป็นรถเปิดประทุนด้วย”
“ตอนแรกผมอยู่คนเดียว น้องจันจิไม่อยู่ ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็พยายามคุยกับเขานั่นแหละ ดูเช็กว่ามีอะไรรั่วไหมอะไรอย่างนี้ แต่ก็เข้าทันครับ เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ขับอยู่ ตอนนั้นมันเป็นเรื่องปกติของโอ้อยู่แล้ว การที่รถเก่าเขางอนหรือว่าเขาเสีย ก็หาวิธีแก้ ถ้าไม่ได้จริงๆ ผมก็เตรียมรถสไลด์ไว้แล้วสไลด์ไปที่งาน เราตัวจริง ก็ต้องขับสิ สไลด์ไม่ได้ แต่ก็เกือบสไลด์ (ยิ้ม) มันสตาร์ตติดอีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้เลยครับว่าเขาเป็นอะไร ในชีวิตจริงมันเยอะกว่าในละครอีกครับ มันเป็นอยู่ทุกมุมเมืองเลย แล้วจันจิก็เดินทางมาหาซื้อกาแฟมาให้ แล้วก็นั่งให้กำลังใจบอกว่าใจร่มๆ นะ แต่แดดร้อน”

มาริโอ้ เผยต่อว่า “โมเมนต์ที่ให้จันจิมาช่วยเข็น มันมีครับ แต่ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้เข็น เดี๋ยวเสียชื่อ คือสตาร์ตติด สงสารจันจิครับบางที แต่ผมก็สงสารตัวเองด้วยแล้วก็สงสารคนรอบข้างด้วย แต่คือใจเรารักไง คือบางทีก็ไม่อยากให้เขามาเจออะไรอย่างนี้แต่ว่าบางทีมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ชุดมันก็ดูไม่เอื้อมันเต็มที่เลยครับ ใส่สูทอะไรอย่างนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่ารถจะติด ตอนนั้นมีคนแถวๆ ทางด่วนน่ารักมากก็เดินมาแบบเข็นกระตุกเลยพี่ ผมก็เลยบอกกระตุกไม่ได้ เขาก็เลยเอากล่องมาเขียนว่ารถเสียมาวางไว้บนหลังรถให้ น่ารักมาก ก็ขอบคุณพี่ๆ ที่อยู่ใต้ทางด่วนตรงนั้นด้วยนะครับ ถ้าไม่ได้พี่ก็เสร็จเลย”
“ไม่เข็ดครับ แม้เสียงรอบข้างจะบอกว่าพอเหอะแต่เราไม่พอ มันเป็นเสน่ห์ ตอนมันพังเราก็จะรู้ว่าพังตรงนี้นะ มีอารมณ์เสียไหมคือผมก็พยายามซ่อม ตอนนั้นก็โทรฯ หาช่างก็ดึงสายดึงมั่วไปหมด แล้วใส่กลับไม่ถูก ซีนที่จันจิได้ดอกไม้ แต่น้องไม่ได้โดยตรงแต่อีกคนนึงได้เขามายัดใส่ในมือ (กลัวน้องจะเสียตำแหน่งกับการที่มือเหนี่ยวใช่ไหม เขาได้ฉายานี้มาหลายปีแล้ว?) ใช่ครับ ตำแหน่งต้องคงอยู่ ผมกำลังดูรถอยู่ รถจะกลับบ้านได้ไหม น้องเขาก็ไปรับดอกไม้ ผมก็ไปดูรถ รอว่าเดี๋ยวจบงานเราต้องกลับบ้านให้ได้นะ ตอนนั้นคนในงานเขาแซวกัน ผมกำลังซ่อมรถอยู่ มารู้ตอนหลัง”

“ถามว่าอาถรรพณ์ไหม เพราะปกติ 3 ช่อต้องแต่งแล้ว เขายังรับได้อีก เขาโอเค เขาแฮปปี้ แต่มันก็เป็นกิมมิคสนุกๆ อย่างงานนี้น้องก็ไม่ได้หรอก แต่ว่าคนก็อยากเล่น แกล้งน้อง ไม่รู้ว่าซิกเนเจอร์ของจันจิไหมแต่ดอกไม้ลอยไปหาเขาตลอด ถามว่าย้อนกลับไปแรกๆ ที่พอเข้าไปในมือเขา หวั่นไหมว่ามันต้องแต่งไหม ก็ไม่ได้ซีเรียสหรอก คือเราก็แฮปปี้ เราก็รู้สึกว่าก็สนุก น้องก็เป็นคนที่ไปงาน เขาก็อยากให้งานสนุก เขาก็เต็มที่ บางทีการที่มารับดอกไม้ บางคนเขาอายเขาเขิน ไม่ค่อยออกมา แต่น้องก็จะแบบอยากให้งานสนุก อยากให้คนเฮฮา สนุกกัน”

มาริโอ้ เผยอีกว่า “ก่อนหน้านี้จันจิโพสต์เหมือนตัดพ้อในเฟซบุ๊กว่า เหมาะสมไม่เหมาะสมให้เวลาตัดสิน คนก็มาให้กำลังใจแล้วโยงว่าเกี่ยวกับเราหรือเปล่า อ๋อ ผมก็ไม่แน่ใจครับอันนี้ แต่ก็เป็นกำลังใจให้น้องอยู่แล้วถ้าน้องเครียด เขาโดนคอมเมนต์โซเชียลบ่อยๆ ก็พยายามบอกเขาว่าอย่าไปคิดมาก แต่บางทีคอมเมนต์ก็แรงเหลือเกิน ก็อยากจะบอกคอมเมนต์ด้วยว่าบางทีก็เบาๆ หน่อย มันควรจะมีลิมิตนิดนึงกับการที่เราคอมเมนต์ใคร เราก็ไม่อยากให้คนอื่นมาคอมเมนต์เราแรงๆ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคอมเมนต์คนอื่นน่ารักๆ”
“เขาเจอประจำ เขาก็คงมีการตัดพ้ออะไรอย่างนี้บ้าง เขาทำงานเยอะมากตอนนี้ เขาก็มีแบรนด์ของเขาด้วย แบรนด์เสื้อของเขา แบรนด์กระเป๋าอะไรอย่างนี้ เขาก็คงอาจจะงานเยอะแล้วก็อาจจะเครียดด้วย กำลังใจก็คือไปซื้อกระเป๋าเขาแล้วก็ไปอุดหนุนเสื้อเขาอันนี้จะดีมาก ก็จริงๆ น้องเป็นคนสบายๆ ง่ายๆ เราก็ไปเที่ยวกัน หรือไปดูหนัง เราก็แฮปปี้แล้วครับ”

“เขาซีเรียสกับสิ่งเหล่านี้นานแล้วล่ะ เพราะว่าก็มีคนที่คอยคอมเมนต์ในเชิงลบอะไรอย่างนี้ ที่โพสต์ผมว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องผมก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องของคนอื่นก็ได้ ก็อย่างที่โอ้บอก น้องเป็นคนที่น่ารักแล้วงานเขาก็เยอะช่วงนี้ เขาก็ทำหลายๆ อย่าง การที่มันมีคอมเมนต์แรงๆ บางทีเขาก็อาจจะเก็บไปคิดมากได้ น้องก็คงไม่ถึงจุดใช้กฎหมายหรอกมั้ง แต่ในฐานะที่โอ้เป็นห่วงน้องเขาก็อยากจะบอก ถ้าใครที่คอมเมนต์ก็อยากให้มีลิมิตนิดนึง คิดถึงใจเขาใจเราบ้าง เขาเครียดนะครับ ก็มีเศร้าจริงๆ”



ขอบคุณภาพจาก: mario_mm38



