สำนักข่าว Yonhap News รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ระบุว่า สำนักงานอัยการกลางกรุงโซลได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ “นายคิมเซอี” ตัวแทนและผู้ดำเนินรายการของช่องยูทูบชื่อดัง Garosero Research Institute (가세연) ในข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

การเคลื่อนไหวของชั้นอัยการในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่สถานีตำรวจกังนัมได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นขออนุมัติหมายจับไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งความผิดฐานหมิ่นประมาท และการละเมิดกฎหมายพิเศษว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมความรุนแรงทางเพศ (ที่เกี่ยวข้องกับการใช้กล้องบันทึกภาพและเผยแพร่)

ชนวนเหตุของคดีนี้มาจากการที่ นายคิมเซอี ได้จัดรายการผ่านช่องยูทูบของตนเอง โดยอ้างว่า นักแสดงหนุ่มชื่อดัง “คิมซูฮยอน” เคยคบหาดูใจกับอดีตดาราสาว “คิมแซรน” ตั้งแต่สมัยที่ฝ่ายหญิงยังไม่บรรลุนิติภาวะ พร้อมทั้งระบุว่า สาเหตุโดยตรงที่ทำให้คิมแซรนเสียชีวิต มาจากการถูกทางฝั่งของคิมซูฮยอนกดดันอย่างหนักให้ชำระหนี้สิน
นอกจากนี้ นายคิมยังถูกตั้งข้อหาหนักในเรื่องการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) ในการตัดต่อและปลอมแปลงเสียงของคิมแซรนขึ้นมา เพื่อสร้างสถานการณ์และกุเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของคิมซูฮยอนเป็นอย่างมาก

หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว นายคิมเซอี พร้อมด้วยครอบครัวของคิมแซรน ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวและเปิดเผยคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นหลักฐานมัดตัวคิมซูฮยอน ทว่าในเวลาต่อมา ทางฝั่งของพระเอกหนุ่มคิมซูฮยอนได้ออกมาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่า “คลิปเสียงดังกล่าวถูกทำขึ้นด้วย AI” และได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับนายคิมในข้อหาหมิ่นประมาททันที
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งคลิปเสียงดังกล่าวไปให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NFS) ตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ที่ออกมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทางสถาบันฯ ได้แจ้งกลับมาว่า “ไม่สามารถระบุหรือตัดสินได้อย่างแน่ชัด” ว่าคลิปเสียงนั้นถูกสร้างขึ้นด้วย AI หรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค

อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้เพิ่มเติม ทำให้นำมาสู่การยื่นขอหมายจับในที่สุด โดยนายคิมเซอี มีกำหนดการจะต้องเดินทางไปเข้ารับการไต่สวนต่อหน้าผู้พิพากษา เพื่อพิจารณาว่าจะอนุมัติการฝากขังหรือไม่ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 เวลา 10″30 น. ณ ศาลกลางกรุงโซล
ภาพ : gettyimages
ขอบคุณที่มา : (1)



