จากกรณีที่กลายเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาแฟนคลับแอบใจหายกันถ้วนหน้า หลังจากที่ก่อนหน้านี้อดีตคู่รักวัยรุ่นสุดชิคอย่าง “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” และ “ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง” ได้ออกมาร่อนจดหมายผ่านต้นสังกัด ยอมรับว่าได้ลดระดับความสัมพันธ์ลงเหลือเพียงสถานะเพื่อนที่ดีต่อกัน ปิดฉากเส้นทางรักที่ยาวนานร่วมทศวรรษลงด้วยความเข้าใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด หนุ่ม เจเจ กฤษณภูมิ ได้เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการครั้งยิ่งใหญ่ Open House “Cloud 11” เจ้าตัวจึงได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือก ทั้งเรื่องหน้าที่การงานภายใต้บ้านหลังใหม่ และสภาพจิตใจล่าสุดในปัจจุบัน โดยหนุ่มเจเจเล่าว่า
“สำหรับชีวิตศิลปินภายใต้สังกัดใหม่ พอเรากลับมาอยู่ในค่ายอีกครั้งหนึ่ง ก็จะมีเรื่องที่ต้องปรับตัว แต่มองที่ว่าสิ่งที่เราตั้งใจที่จะทำในการที่มาเข้าค่ายนี้ตั้งแต่แรกคืออะไร มันก็คือเรื่องของการที่เราจะต่อยอดพาร์ตศิลปินของเราในเรื่องของเพลงต่างๆ ให้คนที่เป็นมืออาชีพมาช่วยดูอยู่แล้ว แล้วพอรู้สึกทำเองมันทำได้ แต่พอเราทำเรื่อยๆ ในเรื่องของบัดเจ็ตและครีเอทีฟบางอย่างเรารู้สึกว่าเราตัน เราเลยรู้สึกว่าการที่เราหาพาร์ตเนอร์มาช่วย มันก็น่าจะดี แล้วได้มีโอกาสได้คุยกับคุณฟ้าใหม่ คุณฟ้าใหม่ก็มีโปรเจกต์ที่ทำกับฝั่งจีนด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าน่าลองเพราะว่าไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว
แต่หลายคนมองว่าเป็นอิสระมันจะไม่มีกรอบมากกว่า มันก็ด้วย แต่ตอนที่ผมเป็นอิสระ ผมคิดเองทุกอย่าง พอความคิดมันมาจากผมคนเดียว พอมาถึงจุดเร็ว มันรู้สึกตันด้วย เพราะมันไม่มีเวลาพักไปหาสไปเรชัน ส่วนอะไรคือจุดพลิกที่ให้กลับมาทำงานแบบนี้ สังกัด ณ ตอนแรกความรู้สึกแรก มันคือการเชื่อในตัวคุณฟ้าใหม่ละกันครับ แล้วพอมันมีการร่วมงานกับฝั่งจีน เราก็คิดว่ามันจะมีลู่ทางในการต่อยอดในฝั่งจีนหรือเอเชียมากขึ้น แฟนๆ ในฝั่งนู้นจะได้เจอมากขึ้น ก็หวังว่าจะได้ไป แต่เดี๋ยวรอ OFFICIAL โพสต์ดีกว่า เพราะผมก็ไม่แน่ใจว่าผมพูดได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนผลงานอื่นๆ เพลงกับการแสดง คือตอนนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจะบอกนะ แต่บางโพรเซสมันอยู่ในการพูดคุย ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเรา OFFICIAL ดีกว่า ถามว่าในพาร์ตการแสดงอยู่ในสังกัดอื่นเหรอ ไม่ครับ มีสังกัดเดียว สังกัดเดียวพอแล้ว ส่วนในฝั่งคิวโอดับบลิวก็ช่วยบริหารอยู่ตลอด

นอกจากผลงานแล้วยังมีผลงานป่ากับ “มาร์ช จุฑาวุฒิ” เพราะว่าพี่มาร์ชบอกว่าจะพาไปทะเล คือผมคุยกับพี่มาร์ชตั้งแต่ตอนแรกที่ไปกับเขาแล้ว ที่ภูสอยดาว แล้วเดี๋ยวกับไอซ์ด้วย แล้วจะพาไปทะเล จะพาไปเที่ยว เราก็เลยโอเค ก็เลยไม่ได้ถามเขาด้วยว่าจะไปที่ไหน ก็เพิ่งรู้วันที่เดินทางไปทีลอซู ซึ่งวันนั้นเขาก็ทำเราเยอะเหมือนกัน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี ผมก็โอเคครับพี่
แล้วไหล่หลุด แต่ก็โชคดีที่มันเข้าพอดีตอนที่พี่ๆ ทีมงานเขาปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือเขาตั้งใจจะดามแขนให้มันติดตัวเอาไว้ พอไหล่หลุดแล้วมันขยับมากไม่ได้ แล้วจังหวะที่ดามมันดันเข้าล็อกพอดี ถ้าสมมุติว่าไม่เข้าก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย คือมันเจ็บมาก หลายๆ คนที่เคยไหล่หลุดก็น่าจะรู้ มันเจ็บที่สุดในชีวิตแล้ว ถามว่าน้ำตาไหลไหม น้ำตาไหลครับ ผมว่ามันเจ็บกว่ากระดูกหักอีก ผมเคยกระดูกหัก แต่ผมรู้สึกว่าไหล่หลุดมันเจ็บกว่าและทรมานกว่า
แล้วตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ เบื้องต้นก็กายภาพ ยกเวทให้เสริมความแข็งแรง เพราะว่าผมเคยหลุดข้างขวาแล้ว แล้วก็ผ่าไปแล้ว ส่วนอันนี้หลุดข้างใหม่เป็นข้างซ้าย ส่วนการไปใช้ชีวิตกับผู้ชาย 3 คน ก็สนุกดีครับ พอได้อยู่กับพี่มาร์ชกับไอซ์ พอมันเป็นทริปด้วย เหมือนมันไม่ต้องทำอะไรเยอะ ถามว่าบางเหตุการณ์เป็นไงบ้าง เพราะบางคลิปมันมีการชงกันไปชงกันมา มันคือการปลอบใจ มันก็ฮีลใจครับ มันก็มีความเศร้าความซึมอยู่บ้าง พอเราได้อยู่กับเพื่อน พอได้ไปทริป มันก็รู้สึกว่าแฮปปี้มากขึ้น

แล้วในคลิปมันจะร้องไห้ ถามว่าเป็นอย่างงั้นจริงเหรอ มันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ 10 ปีเนอะ ส่วนถ้าเปิดเพลงเศร้า จริงๆ ฟังได้ แต่ที่พูดไปในคลิปมันเหมือนมันเป็นการยิงมุกมากกว่า หลายคนมองว่าเพื่อนๆ แซวเราแรง ผมว่าก็ไม่ได้แรงนะ ด้วยความเป็นผู้ชายคุยกัน มันก็ปกติ ถามว่าธรรมชาติช่วยเราได้ ผมว่าจริงๆ มันก็ไม่ต้องเป็นธรรมชาติหรอก แต่การได้อยู่กับเพื่อนมันก็โอเคแล้ว ส่วนอยากไปที่อื่นไหม อยากไปทะเลครับ จริงๆ เรามีการพูดในคลิปว่า ถ้าสมมุติยอดไลก์กับยอดคอมเมนต์ถึงก็จะได้ไปทะเล
ส่วนเรื่องหัวใจ ก็โอเคครับ แข็งแรงดี ก็คิดถึงบ้าง แต่ก็โอเค ถามว่าวันนี้มีโอกาสได้เจอกันไหม เจอตอนมาถึง คือจริงๆ แล้ว เรายังมีการคุยกันตลอด หลายคนชื่นชมความสัมพันธ์ในความเป็นเพื่อน ก็หวังดีซึ่งกันและกัน ต่างคนก็ต่างโอเค แล้วก็หวังว่าทุกวันของเขาก็จะเป็นวันที่ดีสำหรับเขา แล้วที่ไปเมนต์กัน ก็แซวๆ (ยิ้ม)”




