วันที่ 13 ก.ค. เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอลงพื้นที่โรงงานหมิงตี้ เคมิคอล จำกัดในซอยกิ่งแก้ว 21 หมู่ 15 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการที่ถูกไฟไหม้ไปเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังประชาชนในละแวกรอบจุดเกิดเหตุร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบในครั้งนี้ไปแจ้งความกับตำรวจสภ.บางแก้วกว่า 1 พันราย เสียหายกว่า 400 ล้านบาท แต่ทางบริษัททำประกันบุคคลภายนอกไว้เพียง 20 ล้านบาท จึงกลัวจะไม่ได้รับค่าชดเชยความเสียหายจึงร้องไปยังก.ยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษจนต้องเดินทางลงพื้นที่ในวันนี้

ไฟยังโหมไหม้โรงงานต่อเนื่อง ดับเพลิงดับ 1 เจ็บ 3

ว่าที่ร.ต.ธนกฤติ จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.ยุติธรรมเผยว่า ในเรื่องนี้ จะต้องแยกเป็น 2 ส่วนคือ คดีอาญาต้องดำเนินการไปฐานกระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและเสียชีวิต แต่ในส่วนของทางแพ่ง แม้จะมีวงเงินประกันจำกัด แต่บริษัทต้องรับผิดชอบความเสียหายที่สูงกว่าวงเงินประกันอยู่แล้ว ตนอยากให้ชาวบ้านประเมินความเสียหายที่แท้จริง ไม่อยากให้หาประโยชน์หรือกำไร จะได้ประเมินตัวเลขถูกต้อง เวลาไปคุยกับบริษัทจะได้ชัดเจนว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง ตนไม่อยากให้พี่น้องกังวลใจ กระทรวงยุติธรรมไม่ทอดทิ้งประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแน่นอน วันนี้ตนลงมาดูเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ร้องเรียนมาด้วย หากมีปัญหาในส่วนอื่น ๆ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการแน่นอน ไม่มีการปล่อยปละละเลย

ทางพ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เบื้องต้นก จะตรวจสอบว่าสาเหตุเพลิงไหม้นี้เกิดจากอะไร โดยให้ตำรวจเขาพิจารณาก่อนเพราะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในส่วนนี้โดยตรง หากส่วนใดอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษก็จะรับมาพิจารณาก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่ หากบริษัทไม่ชดเชยเงิน ภาครัฐสามารถเป็นตัวแทนยื่นฟ้องร้องเรียกความเสียหายแก่ประชาชนได้