เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เป็นประธาน เปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์พายุ “คาจิกิ” ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา โดยมี น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมให้ข้อมูล เพื่อเป็นศูนย์กลางสื่อสารสถานการณ์แบบเรียลไทม์และเตือนภัยให้กับประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที
นายประเสริฐ กล่าวว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดีอี จึงได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์พายุขึ้นเพื่อเฝ้าระวังวิเคราะห์และแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างทันท่วงทีให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ฯ จะปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำและทันเวลาแก่ประชาชน จึงขอให้ประชาชนได้ติดตามข่าวสารจากทางช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากพายุครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเราจะสามารถผ่านพายุครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
น.ส.สุกันยาณี กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์พายุ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 120 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 25 ส.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ในช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. และพายุนี้มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นวันที่ 26 ส.ค. 68

“จากอิทธิพลดังกล่าว ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย และลำปาง สำหรับภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม”
สำหรับจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ในวันที่ 25 ส.ค. มีดังนี้ ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี ภาคกลาง : จังหวัดลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
ส่วน วันที่ 26 ส.ค. มีดังนี้ ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) : จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และ ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต
และ วันที่ 27 ส.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด และภาคใต้ : จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกตอนบนระมัดระวังจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย



