เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดงานแถลงข่าวลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยี “สเปรย์นาโนขะจาว” เพื่อการดูแลรักษาแผลในสัตว์เลี้ยง ระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และบริษัท เดอะ เฮอร์บิเทจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัท ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด บริษัทในเครือบริษัท อ่างแก้วโฮลดิ้ง จำกัด โฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัท เดอะ เฮอร์บิเทจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดี มช. รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผศ.ดร.หทัยชนก ปันดิษฐ์ อาจารย์-นักวิจัย ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มช. และผู้ก่อตั้งบริษัทบริษัท ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด พร้อมด้วยภาคเอกชน นำโดย นายรัชชานนท์ แก้วมณี กรรมการบริษัท เดอะ เฮอร์บิเทจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และคณะผู้บริหาร คณาจารย์ มช. เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ NSP Exhibition Hall (B1) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ (จ.เชียงใหม่)

ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ กล่าวว่า มช. มีนโยบายส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกการสนับสนุนการวิจัยพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (High-Tech Startup) และนวัตกรรมที่ใกล้ชิดสังคม (Hi-Touch Startup) รวมถึงการผลักดันนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) อีกทั้งยังได้จัดตั้ง บริษัท อ่างแก้ว โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันงานวิจัยสู่การสร้างผู้ประกอบการ (Tech Spin-Off) ซึ่งกลไกเหล่านี้เมื่อประกอบกันจะเป็นระบบนิเวศที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สู่การเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม” (Innovation University) ได้อย่างแท้จริง

ด้าน รศ.ดร.ปิติวัฒน์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในบทบาทของอุทยานวิทย์ฯ มช. ในการสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การสนับสนุนการวิจัยเพื่อศึกษากระบวนการสกัด สารออกฤทธิ์สำคัญ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การผลักดันให้นักวิจัยจัดตั้งบริษัท Tech Spin-Off บริษัท ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด เพื่อให้บริการสกัดสารสำคัญจากวัตถุดิบธรรมชาติและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับภาคเอกชนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืน และในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัท ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด และบริษัท เดอะ เฮอร์บิเทจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายผลทางการตลาดจากสารสกัดธรรมชาติสำหรับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการค้นหาศักยภาพของวัตถุดิบธรรมชาติอื่นๆ

นอกจากนี้ผศ.ดร.หทัยชนก ปันดิษฐ์ อาจารย์-นักวิจัย ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “สเปรย์นาโนขะจาว” ถือเป็นผลงานวิจัยที่พัฒนามาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จ.ลำปาง สู่การต่อยอดเชิงวิทยาศาสตร์ ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ดำเนินการวิจัย ทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม จนได้สารสกัดที่พิสูจน์แล้วว่ามีคุณสมบัติเด่นในการต้านการอักเสบ สมานแผล และยับยั้งจุลชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากสารเคมีรุนแรงและยาปฏิชีวนะ ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับการใช้ดูแลแผลและปัญหาผิวหนังในสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด “Growth in Agri-innovation นวัตกรรมเกษตรก้าวไกล ผลิตภัณฑ์ไทยก้าวหน้า”Agri Plus Award 2025 กลุ่ม “Lifestyle Innovation” รางวัลชนะเลิศ จากผลงานผลิตภัณฑ์ Phyto Care สเปรย์ขะจาว ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิวหนังสัตว์ บริษัท ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2568 และได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการประกวดนวัตกรรมในงาน 50th Geneva Internatinal Exhibition of Innovation 2025 และรางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ประเทศเกาหลี Korean Invention Promotion Association (KIPA) ได้แก่ ผลงาน Nano spray from Holoptelea integrifolia bark extract โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. หทัยชนก ปันดิษฐ์ และคณะนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568

ปัจจุบันได้จัดตั้งบริษัท Spin-Off ซีเอ็ม ไฟโตเทค จำกัด เพื่อให้บริการสกัดสารสำคัญจากวัตถุดิบธรรมชาติและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย และความร่วมมือกับบริษัท เดอะ เฮอร์บิเทจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อช่วยกันผลักดันผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของไทยไปสู่ตลาดสากล

อีกทั้งนายรัชชานนท์ ได้กล่าวถึงแนวทางการวางกลยุทธ์ทางการตลาด โดยจะกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ เพ็ทช็อป ห้างสรรพสินค้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามลำดับ เน้นการจำหน่ายแบบ B2B ควบคู่กับการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากภูมิปัญญาของไทยสู่เวทีสากล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าทางสังคม โดยเตรียมจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่ง สำหรับการสนับสนุนการรักษาสัตว์เลี้ยงด้อยโอกาสผ่านโครงการ CSR ร่วมกับมูลนิธิสัตว์เลี้ยงต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนถึงความตั้งใจของ Herbitage ที่ไม่เพียงแต่ต้องการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก หากแต่ยังมุ่งสร้างผลประโยชน์คืนกลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน

จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งในแง่การพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์ การยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล การสร้างโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับโลก ซึ่งส่งผลดีทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน