น่าจะเป็นเวทีที่หลายฝ่ายจับตามอง หลังจากที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายออกมาตรวจสอบ “โครงการ TH-AI Passport” อย่างเข้มข้น มีการตั้งข้อสังเกต เรื่องความคุ้มค่า และ มีการล็อกสเปก หรือไม่ โดย “น.ส.รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามงบประมาณ กล่าวถึงการประชุม กมธ.ติดตามงบฯ ในวันที่ 18 มิ.ย. 69 จะมีการประชุมร่วมกับ กมธ.การกฎหมายฯ เกี่ยวกับการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport โดยได้เชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล นอกจากนี้ยังได้เชิญบุคคลที่มีความสำคัญมาให้ข้อมูลต่อ กมธ.ในวันดังกล่าวด้วย โดยจะมีแขกเด็ดๆ มาด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่านายไชยชนก จะเข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ.หรือไม่ ซึ่งเคยถามไปแล้วแต่ได้รับคำตอบว่าจะไม่มา แต่ กมธ.ยังสามารถเดินหน้าพิจารณาต่อได้

ขณะที่ในระหว่างการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. มีชอตสำคัญ นายไชยชนก ได้เดินเข้าไปพูดคุยกับ น.ส.รักชนก ถึงที่นั่งของพรรค ปชน. โดย น.ส.รักชนก ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้นายไชยชนกดู จากนั้น นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้เดินเข้ามาร่วมวงด้วย ซึ่งใช้เวลาพูดคุยกันไม่นาน โดยนายไชยชนกได้เดินโอบไหล่พานางนันทนากลับไป
น.ส.รักชนก โพสต์ถึงภาพพูดคุยกับนายไชยชนก ในห้องประชุมสภาว่า “ถามคุณไชยชนก ว่า พรุ่งนี้ที่ กมธ.ติดตามงบฯ เชิญร่วมประชุมมาไหม” ได้รับคำตอบว่าไม่มา ให้ปลัดดีอีมา ส่วนไม่คิดทบทวนเรื่องยกเลิกโครงการเหรอ ไม่ตอบ เห็นหลักฐานล่าสุดที่ว่าโครงการ เริ่มทำตั้งแต่เดือน ต.ค. คำตอบคือ ยังไม่เห็นครับ ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่เชื่อว่ายังไม่เห็น แต่ก็เลยเปิดมือถือให้ดูว่ามีหลักฐานที่ยืนยันว่าโครงการนี้เริ่มทำก่อนจะมี TOR ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ นี่คือ พฤติกรรมส่อไปในทางคอร์รัปชัน และ สส.อีกท่านที่เดินมาคุยกัน (นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ) แล้วมีรูปจับมือกัน ดิฉันก็ถามว่า แค่ชวนคุณไชยชนกคุยเอง ถึงกับไม่ไว้ใจเป็นห่วงกัน ต้องเดินมาคุมเลยเหรอ ไม่ทำอะไรหรอกน่า เรื่องก็มีแค่นี้

สำหรับใครที่เห็นรูปแล้ว คิดไปไกลว่ามันจะมี การดีลอะไรกันหรือเปล่า ยืนยันว่าโอกาสที่จะได้เจอรัฐมนตรีมันไม่ง่าย ตั้งกระทู้ถามก็ไม่ค่อยจะมาตอบกัน เชิญมาชี้แจงใน กมธ.ก็ไม่มา ดังนั้นก็มีโอกาสแบบนี้แหละที่ได้คุยกัน สำหรับใครที่แซวแล้วส่อไปในเชิงชู้สาว ถ้าคิดว่า แซวกันเล่นๆ อย่าคิดมาก ลองคิดว่าถ้าเป็นน้องสาว เป็นพี่สาว เป็นแม่ เป็นแฟนสาว หรือเป็นใครในชีวิตที่คุณรัก โดนแซวแบบนี้คุณจะชอบไหม หรือคุณจะร่วมผสมโรงด้วยไหม
ก่อนหน้านั้น “นายไชยชนก” ให้สัมภาษณ์สื่อถึง กรณีฝ่ายค้านจะยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ทันทีที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนว่า สามารถยื่นได้เลย ไม่ต้องรอให้โครงการเริ่ม ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่า ถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง จึงไม่กังวล ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตโครงการลักษณะนี้ หากมีข้อผิดพลาด ผู้ที่รับผิดชอบคือข้าราชการประจำ แต่รัฐมนตรีจะรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องดูตามสัดส่วน ที่มีความเกี่ยวข้อง ตนได้เข้ามาดูเรื่องการมอบนโยบาย พร้อมตรวจสอบ และรับฟังความเห็นเพิ่มเติม แม้กระทั่งทำประชาพิจารณ์มาแล้ว แนะนำข้อมูลไปเจรจาภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่า ภาครัฐได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น งบประมาณถูกใช้อย่างคุ้มค่า และโครงการเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

นายไชยชนก กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีไม่สามารถเข้ามาแทรกแซง ในเรื่องของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ แล้วจะให้รัฐมนตรีมาร่วมรับผิดชอบด้วย ต้องดูตามความเหมาะสม แต่ยืนยันไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยต่างๆ สั่งการให้ตรวจสอบ และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ยืนยันแล้ว ตนก็เชื่อมั่นตามที่เขายืนยัน เมื่อถามย้ำว่า หากฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบโครงการนี้ยินดีใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว และจริงๆ ต้องขอบคุณฝ่ายค้าน ทุกอย่างต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่รัฐมนตรีจะรู้ทุกขั้นตอน ทุกรายละเอียดของโครงการ จึงชอบให้มีการตรวจสอบ เพื่อให้ทุกโครงการที่ทำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในที่สุดเรื่อง “โครงการ TH-AI Passport” ต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบแน่ๆ หลัง “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ออกมายืนยัน สามารถยื่นได้เลย ไม่ต้องรอให้โครงการเริ่ม ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่าถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง จึงไม่กังวล ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของอนาคตทางการเมืองตนเอง

อีกประเด็นร้อน หลังจาก “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ออกมาเปิดคลิปแฉ คดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา จำนวน 2 คลิป โดยมีการอ้างถึงบุคคลในคลิปคือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายพริษฐ์นำมาเปิดเผย โดยนายมงคล ตอบเพียงว่า “ไปถามเขาดูสิ มาถามผมทำไม” เมื่อถามย้ำว่าสรุปว่าไม่ใช่ ใช่หรือไม่ นายมงคล ไม่ตอบคำถาม และเดินไปทันที

ด้าน “นายพริษฐ์” กล่าวถึงกรณีนายมงคล ปฏิเสธตอบคำถาม กรณีคลิปวิดีโอโพยฮั้วเลือก สว. ว่า ก็งงว่าทำไมถึงย้อนกลับมาที่ตน ยิ่งตอกย้ำ ใช่บุคคลในคลิปหรือไม่ นอกจากนี้ได้รับทราบข้อมูล กกต. จะพิจารณาที่ จ.สุราษฎร์ธานีเป็นที่แรก โดยได้รับข้อมูลและเบาะแสจากการยื่นวิปฝ่ายค้านสัปดาห์ที่แล้ว มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องด้วย ไหลจากกลุ่มทุนกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นผู้สนับสนุนไปยังหลายเส้นทาง รวมถึงบุคคลที่ขณะนี้เป็น สว. จังหวัดดังกล่าว และบุคคลที่เป็นทีมงาน รวมถึง สส. ในจังหวัดดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้ว หาก กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลเฉพาะบางคน แล้วมีการเป่าคดีหรือยกคำร้องคนอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นเพราะมีความพยายามสละบางคนในคำร้อง แล้วส่งไปที่ศาลเพื่อลดกระแสสังคม หรือปกป้องคนบางคนที่อาจจะอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจมากกว่า เราอาจจะมีระบบที่เรียกว่า 50 shades of Blue คือ 50 เฉดของสีน้ำเงิน มีความกังวลใจว่าหากเป็นน้ำเงินอ่อนที่สละได้ เรื่องก็อาจจะไปถึงศาล แต่หากเป็นน้ำเงินเข้มที่อยู่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจจะไปไม่ถึงศาลหรือไม่
ขณะที่ “นายแสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. หลังฝ่ายค้านเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูล หลังเปิด คลิปการเก็บโพย ในวันเลือกระดับประเทศว่า สิ่งที่อยู่ในสำนวน จะไม่สามารถเปิดเผยได้ จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ ส่วน คลิปที่ฝ่ายค้าน นำมาเปิดเผยนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่มีในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย หากข้อมูลเป็นของหน่วยงานใด ก็ต้องรับผิดชอบ ข้อมูลนี้อยู่ในส่วนของการครอบครองของสำนักงานหรือไม่ และมีการนำไปเปิดเผยได้อย่างไร โดย กกต.จะต้องมีการพิจารณา เพราะอาจมีผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมย้ำว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บังคับใช้มาประมาณ 2-3 ปีแล้ว เมื่อถามว่าหลังฝ่ายค้านเรียกร้อง กกต. ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง รวมถึงโพยที่เก็บมา เก็บรักษาไว้ที่ใด นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้จะถามลอยๆ ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของสำนวนอยู่ในการพิจารณา ซึ่งทุกเหตุการณ์ในการเลือก สว. ข้อเท็จจริงต่างๆ อยู่ในสำนวนอยู่แล้ว

ส่วนการพิจารณาความคืบหน้าในคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาแล้ว 2 สัปดาห์ นายแสวง ระบุว่า กกต.ได้มีการประชุมพิจารณาร่วมกันทุกวันจันทร์ โดยมีการพิจารณาเป็นวาระพิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งการประชุม 2 ครั้งที่ผ่านมาก็ได้พิจารณาเต็มวัน และมีการซักถามโดยละเอียดจากกรรมการ ส่วนจะลงมติประเด็นใดหรือไม่นั้น ขอไม่ตอบในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของ กกต. ขณะที่แนวทางการพิจารณาจะมีการพิจารณาเป็นรายกลุ่มจังหวัด หรือพิจารณารวมทั้งหมดแล้วส่งศาลในครั้งเดียวนั้น เป็นเรื่องภายใน เกี่ยวกับวิธีการพิจารณาของ กกต.
คำถามคือ ถ้า “นายพริษฐ์” นำข้อมูลใน สำนวนสอบสวน มาเปิดเผย จะมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ และหลักฐานที่ได้ นำมาจากไหน เพราะ “นายแสวง” ก็ระบุว่า สิ่งที่อยู่ในสำนวน จะไม่สามารถเปิดเผยได้ จนกว่าผลการพิจารณาจะแล้วเสร็จ
“ทีมข่าวการเมือง”



