ไมโครเวฟเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าคู่ครัวที่ใช้งานกันเกือบทุกบ้าน เพราะช่วยให้การเตรียมอาหารเป็นเรื่องง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอุ่นอาหารให้ร้อนพร้อมรับประทาน การละลายน้ำแข็งจากของแช่แข็ง หรือแม้แต่การทำเมนูง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟเองก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งขนาดของไมโครเวฟยังมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเล็กสำหรับหอพักหรือคอนโด ไปจนถึงรุ่นใหญ่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในครัวเรือนขนาดใหญ่
นอกจากฟังก์ชันที่หลากหลายแล้ว ไมโครเวฟยังถูกออกแบบให้มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย และสามารถเข้ากับสไตล์การตกแต่งครัวได้อย่างลงตัว อีกทั้งราคาของไมโครเวฟก็มีให้เลือกตามงบประมาณ ตั้งแต่รุ่นประหยัดที่เน้นการอุ่นอาหาร ไปจนถึงรุ่นที่มีฟีเจอร์เสริมอย่างระบบอบ ย่าง และนึ่ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี
ไมโครเวฟมีหลักการทำงานอย่างไร?
เตาไมโครเวฟหลักการทำงานโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูง ซึ่งเรียกว่าคลื่นไมโครเวฟ โดยคลื่นเหล่านี้มีความถี่ประมาณ 2,450 MHz ถูกสร้างขึ้นจากอุปกรณ์ที่เรียกว่าแมกนีตรอน (Magnetron) ซึ่งแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เมื่อคลื่นไมโครเวฟถูกปล่อยออกมาในเตา มันจะทะลุผ่านอาหารและทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของน้ำภายในอาหาร ทำให้โมเลกุลของน้ำเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็ว การสั่นนี้สร้างพลังงานความร้อนขึ้นภายในอาหาร ทำให้อาหารร้อนขึ้นหรือสุกได้โดยไม่ต้องใช้ความร้อนจากภายนอก เช่น เปลวไฟหรือเตาแก๊ส นอกจากนี้ ไมโครเวฟยังถูกออกแบบให้มีแผ่นกั้นป้องกันคลื่นเล็ดลอดออกมา ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน
วิธีเลือกไมโครเวฟให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน

ไมโครเวฟมีขนาดให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการเลือกไมโครเวฟให้เหมาะสมกับการใช้งานควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก เช่น ความจุ ฟังก์ชันการทำอาหาร และดีไซน์ที่เข้ากับพื้นภายในที่ครัว โดยสามารถเลือกไมโครเวฟให้เหมาะกับการใช้งานด้วยตามวิธีต่อไปนี้
- เลือกขนาดของไมโครเวฟให้เหมาะสม ไมโครเวฟมีขนาดให้เลือกตั้งแต่รุ่นเล็ก 15-20 ลิตร เหมาะสำหรับใช้อุ่นอาหารทั่วไป ไปจนถึงขนาดกลางและใหญ่ 25 ลิตรขึ้นไป สำหรับครอบครัวที่ต้องการใช้ทำอาหารหลากหลาย ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานและพื้นที่จัดวาง
- เลือกฟังก์ชันการใช้งานให้ตรงกับความต้องการ ถ้าหากใช้งานแค่พื้นฐาน เช่น อุ่นอาหารหรือละลายน้ำแข็ง อาจเลือกรุ่นแบบมาตรฐาน แต่ถ้าต้องการทำอาหารหลากหลายเมนู เช่น อบ นึ่ง หรือตุ๋น ควรเลือกรุ่นที่มีฟังก์ชันเสริม
- กำลังไฟและระบบประหยัดพลังงาน ควรเลือกไมโครเวฟที่มีกำลังไฟเหมาะกับการใช้งาน เช่น 700-900 วัตต์สำหรับการอุ่นอาหารทั่วไป หรือ 1000 วัตต์ขึ้นไปสำหรับการทำอาหารที่ใช้เวลานาน พร้อมเลือกเครื่องที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
- เลือกวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ควรเลือกเตาไมโครเวฟที่ทำจากวัสดุแข็งแรง ทนทาน และทำความสะอาดง่าย เช่น ช่องอบที่เคลือบด้วยสารป้องกันคราบสกปรก เพื่อความปลอดภัย
- เลือกดีไซน์ที่เข้ากับห้องครัว ควรเลือกไมโครเวฟให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งครัวและพื้นที่จัดวางเพื่อให้ดูสวยงามและดูลงตัวพื้นที่
- มีใบรับประกันสินค้า เลือกเตาไมโครเวฟที่มีใบรับประกันอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
ไมโครเวฟมีวิธีใช้งานให้ถูกวิธีอย่างไร?
โดยทั่วไปไมโครเวฟถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพียงแค่กดปุ่มหรือตั้งเวลาก็สามารถทำงานได้ทันที อย่างไรก็ตาม การใช้งานที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องอีกด้วย ซึ่งวิธีการใช้ไมโครเวฟอย่างถูกต้อง มีวิธีดังต่อไปนี้
ทำความเข้าใจฟังก์ชันการใช้งาน
ควรใช้ภาชนะที่ปลอดภัยและเหมาะกับการใช้กับไมโครเวฟ เช่น ภาชนะแก้วทนความร้อนหรือพลาสติกที่ระบุไว้ว่าสามารถใช้กับไมโครเวฟได้
วางอาหารให้ถูกตำแหน่ง
ควรวางอาหารตรงกลางจานหมุนภายในไมโครเวฟ เพื่อให้คลื่นความร้อนกระจายได้ทั่วถึง หากเป็นอาหารชิ้นใหญ่ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนนำเข้าเครื่อง
ตั้งค่ากำลังไฟและเวลาตามประเภทอาหาร
เลือกเวลาและกำลังไฟให้เหมาะกับประเภทและปริมาณอาหาร เช่น อุ่นอาหารทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที ส่วนการละลายน้ำแข็งอาจใช้เวลานานขึ้น
ควรทำความสะอาดหลังใช้งาน
หลังใช้งานทุกครั้ง ควรทำความสะอาดภายในไมโครเวฟ โดยนำเอาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดภายในไมโครเวฟ เพื่อป้องกันคราบอาหารสะสมฝังลึก
ไมโครเวฟ LG อุ่นร้อนเร็ว ฟังก์ชันทำอาหารเพียบ ทำความสะอาดทำได้ง่าย!
หลายคนที่ใช้ไมโครเวฟแล้วประสบปัญหา อาหารไม่ร้อนสม่ำเสมอ ทำความสะอาดไมโครเวฟยาก ล้างคราบน้ำมันและกลิ่นไม่หมด ขอแนะนำ ไมโครเวฟ LG ที่จะเปลี่ยนทุกมื้ออาหารของคุณให้สะดวก รวดเร็ว ควบคุมอุณหภูมิที่อย่างแม่นยำให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วทั้งอาหาร และการทำความสะอาดทำได้ง่ายดาย ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำความสะอาดภายในไมโครเวฟได้อย่างหมดจด ที่สำคัญมีสารเคลือบกำจัดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ถึง 99.99%*
*ทดสอบโดย SGS.



