เมื่อวันที่ 31 ส.ค. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2568” จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,208 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-29 ส.ค. 68 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่าง ๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้

1.”ดัชนีการเมืองไทย” เดือนสิงหาคม 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 3.71 คะแนน (เดือนกรกฎาคม 2568 ได้ 3.86 คะแนน)
2.ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัด “ดัชนีการเมืองไทย” โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้

3.นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทโดดเด่นในเดือนสิงหาคม 2568

4.ผลงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบในเดือนสิงหาคม 2568

สรุปผลการสำรวจ ดัชนีการเมืองไทย เดือนสิงหาคม 2568 พบว่ากลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม 2568 เฉลี่ย 3.71 คะแนน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ได้ 3.86 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.59 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ ผลงานของนายกรัฐมนตรี 3.18 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ ภูมิธรรม เวชยชัย ร้อยละ 38.16

ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 51.15 ผลงานฝ่ายรัฐบาล ที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ โอนเงินช่วยชาวนา ร้อยละ 40.90 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการดำเนินงานให้โปร่งใส ร้อยละ 50.42

น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมต่ำสุดในรอบ 20 เดือน สะท้อนว่าประชาชนวันนี้ทั้ง “เครียดการเมือง” และ “เครียดเงินในกระเป๋า” ไปพร้อมกัน ทั้งคดีการเมือง สถานการณ์ไทย–กัมพูชา นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และปัญหาค่าครองชีพ ล้วนกระทบต่อความรู้สึกและทำให้ความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่อง จนกว่าจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เข้ามาและพิสูจน์ว่าจะสามารถแก้ปัญหาประชาชนได้จริง

ด้าน อาจารย์ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ดัชนีการเมืองไทยในเดือนสิงหาคมยังคงอยู่ในระดับต่ำและลดลงต่อเนื่อง โดยในตัวชี้วัดทั้ง 25 ประเด็น มีตัวชี้วัดเพียงตัวเดียวที่เพิ่มขึ้น คือ ผลงานของฝ่ายค้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลที่มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์การเมือง

โดยผลงานของรัฐบาลและผลงานของนายกรัฐมนตรียังคงลดลงและอยู่ในสองลำดับสุดท้าย ทั้งที่ในเดือนสิงหาคมประเทศไทยมีสถานการณ์สำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ ที่ทำให้รัฐบาลมีโอกาสทำงานและเผยแพร่ผลงานให้เห็นทางสื่อต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้รัฐบาลโดดเด่นและได้รับความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น แม้ในส่วนของความโดดเด่นของตัวนักการเมือง ผู้นำฝ่ายค้านก็ยังได้รับคะแนนสูงถึง 51.15% ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีที่แม้ได้คะแนนสูงสุดยังได้รับเพียง 38.16% สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของประชาชนต่อรัฐบาลทั้งในการทำงานและแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ยังไม่ปรากฏผลงานที่ชัดเจนและเป็นที่พอใจ.