สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า สำนักงานสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น ระบุว่า การประหารชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568

“ทางการอิหร่านประหารชีวิตผู้คนอย่างน้อย 841 ราย นับตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้ จนถึงวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา” นางราวินา ชัมดาซานี โฆษกหญิงประจำสำนักงานสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น กล่าว พร้อมกับเตือนว่า สถานการณ์ที่แท้จริงอาจแตกต่างออกไป และอาจเลวร้ายกว่านี้ เนื่องจากการขาดความโปร่งใส

ในเดือน ก.ค. เพียงเดือนเดียว อิหร่านประหารชีวิตบุคคลอย่างน้อย 110 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นสองเท่าจากจำนวนผู้ที่ถูกประหารชีวิตในเดือน ก.ค. 2567 โดยชัมดาซานีเตือนว่า การประหารชีวิตจำนวนมากเช่นนี้ บ่งชี้ถึงรูปแบบการใช้โทษประหารชีวิตเป็นเครื่องมือการข่มขู่ของรัฐอย่างเป็นระบบ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และผู้อพยพเป็นหลัก

ทั้งนี้ ชัมดาซานียืนกรานว่า โทษประหารชีวิตไม่สอดคล้องกับสิทธิในการมีชีวิต และขัดแย้งกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เนื่องจากมันสร้างความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้ของการประหารชีวิตผู้บริสุทธิ์ ซึ่งการประหารชีวิตไม่ควรถูกบังคับใช้สำหรับการปฏิบัติที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

“สำนักงานสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น เรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านไม่บังคับใช้โทษประหารชีวิตกับบุคคลเหล่านี้ และบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกคุมขังในแดนประหาร” ชัมดาซานี กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP