สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่าพล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งยืดเยื้อมานานร่วม 1 สัปดาห์ ว่ารัฐบาลเคารพและคุ้มครองสิทธิการชุมนุมโดยสงบและสันติ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กำลังญาณของการกระทำที่อยู่นอกกฎหมาย แม้กระทั่งละเมิดกฎหมาย บางส่วนยังโน้มเอียงไปสู่การกบฏและการก่อการร้ายด้วย
Indonesian President Prabowo Subianto on Sunday spoke out against protests over economic conditions and inequality, saying some actions in rallies that have spread across the country in recent days leant towards "treason and terrorism" ➡️ https://t.co/EkLVKJm2ZB pic.twitter.com/bIembsrFWw
— AFP News Agency (@AFP) August 31, 2025
พล.ท.ปราโบโวกล่าวว่า การประท้วงสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างสงบและเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย หากมีการทำลายทรัพยสินสาธารณะ และก่อความไม่สงบที่รวมถึงการปล้น หรือทำลายทรัพย์สิน “เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้ามาดำเนินการเพื่อปกป้อง”

ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำอินโดนีเซียเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุประท้วงบุกรุกเข้าไปภายในบ้านของนางศรี มุลยานี อินทราวตี รมว.คลัง แล้วมีการทำลายทรัพย์สินรวมถึงลักขโมยของ ขณะที่มีรายงานว่า บ้านพักของนักการเมืองอีกหลายคนตกเป็นเป้าหมายแบบเดียวกัน

ทั้งนี้ ชนวนเหตุสำคัญของการประท้วงมาจากความไม่พอใจอย่างรุนแรงของประชาชน ว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สมาชิกรัฐสภากลับยังคงมีเอกสิทธิ์เป็นเบี้ยเลี้ยงที่พัก ซึ่งสูงถึง 50 ล้านรูเปียห์ (ราว 98,386.95 บาท) มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำในกรุงจาการ์ตาถึง 10 เท่า
ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ทวีความรุนแรง เมื่อรถหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่พุ่งชนนายอัฟฟาน คูร์เนียวาน ไรเดอร์หนุ่มวัย 21 ปี เสียชีวิต ระหว่างที่ตำรวจกำลังสลายการชุมนุม ใกล้กับอาคารรัฐสภา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สถานการณ์ประท้วงรุนแรงและลุกลามขยายวงไปยังเมืองใหญ่อีกหลายแห่งของประเทศ หนึ่งในนั้นคือเมืองมากัสซาร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ ถึงขั้นมีการจุดไฟเผาทำลายอาคารสภาประจำเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย.
เครดิตภาพ : AFP



