สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่าพล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งยืดเยื้อมานานร่วม 1 สัปดาห์ ว่ารัฐบาลเคารพและคุ้มครองสิทธิการชุมนุมโดยสงบและสันติ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กำลังญาณของการกระทำที่อยู่นอกกฎหมาย แม้กระทั่งละเมิดกฎหมาย บางส่วนยังโน้มเอียงไปสู่การกบฏและการก่อการร้ายด้วย


พล.ท.ปราโบโวกล่าวว่า การประท้วงสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างสงบและเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย หากมีการทำลายทรัพยสินสาธารณะ และก่อความไม่สงบที่รวมถึงการปล้น หรือทำลายทรัพย์สิน “เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้ามาดำเนินการเพื่อปกป้อง”

อาคารสภาจังหวัดนูซาเติงการาตะวันตก ตั้งอยู่ที่เมืองมาตารัม บนเกาะลอมบอก ได้รับความเสียหายจากการวางเพลิงโดยกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล


ถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำอินโดนีเซียเกิดขึ้น หลังเกิดเหตุประท้วงบุกรุกเข้าไปภายในบ้านของนางศรี มุลยานี อินทราวตี รมว.คลัง แล้วมีการทำลายทรัพย์สินรวมถึงลักขโมยของ ขณะที่มีรายงานว่า บ้านพักของนักการเมืองอีกหลายคนตกเป็นเป้าหมายแบบเดียวกัน

ผู้ประท้วงถือธงชาติอินโดนีเซีย เดินผ่านอาคารที่ทำการ สำนักงานตำรวจเมืองสุราบายา ซึ่งถูกเพลิงไหม้จนวอด


ทั้งนี้ ชนวนเหตุสำคัญของการประท้วงมาจากความไม่พอใจอย่างรุนแรงของประชาชน ว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สมาชิกรัฐสภากลับยังคงมีเอกสิทธิ์เป็นเบี้ยเลี้ยงที่พัก ซึ่งสูงถึง 50 ล้านรูเปียห์ (ราว 98,386.95 บาท) มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำในกรุงจาการ์ตาถึง 10 เท่า


ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ทวีความรุนแรง เมื่อรถหุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่พุ่งชนนายอัฟฟาน คูร์เนียวาน ไรเดอร์หนุ่มวัย 21 ปี เสียชีวิต ระหว่างที่ตำรวจกำลังสลายการชุมนุม ใกล้กับอาคารรัฐสภา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


นอกจากนี้ สถานการณ์ประท้วงรุนแรงและลุกลามขยายวงไปยังเมืองใหญ่อีกหลายแห่งของประเทศ หนึ่งในนั้นคือเมืองมากัสซาร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ ถึงขั้นมีการจุดไฟเผาทำลายอาคารสภาประจำเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย.

เครดิตภาพ : AFP