สวัสดีค่ะผู้อ่านที่น่ารักทุกคน ขอต้อนรับเข้าสู่ MOVIE STATION ของพวกเราอีกครั้ง วันนี้ “เนเรซ” กลับมาพร้อมความตื่นเต้นระทึกใจ เพราะเนเรซได้ไปสัมผัสภาพยนตร์ไทยที่สร้างมาจากนิยาย เสิร์ฟความหลอนแบบจัดเต็มไปกับภาพยนตร์เรื่อง “โศกาภิวัฒน์” เนเรซอยากให้ทุกคนเปิดใจไปรับชมกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่จัดเต็มความน่ากลัวจนเสียงกรี๊ดดังลั่นโรงแน่นอนค่ะ!

โดยเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง “โศกาภิวัฒน์” เริ่มต้น ณ คฤหาสน์หรูกลางป่า ที่ไร้การติดต่อจากโลกภายนอก พี่น้องทั้ง 8 คน ถูกเลี้ยงดูภายใต้กฎเหล็ก ที่มาพร้อมบทลงโทษที่สุดเหี้ยมโหด เกินขีดมนุษย์จะรับไหว ของ “คุณหญิงโศกาภิวัฒน์” ผู้เป็นแม่ อิสรภาพเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหาสุดหัวใจ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เลือก จะนำพาเอาความโหดร้ายและสยดสยองมาให้ยิ่งกว่าการถูกปลดปล่อย อีกทั้งทุกคนเตรียมสติ และจิตใจให้พร้อมยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ “โศกาภิวัฒน์” คำเตือน: บ้านนี้มีกฎ…อย่าคิดฝ่าฝืน สองหูอย่าฟัง สองมืออย่าจับหนึ่งปากอย่าพูด หนึ่งจมูกอย่าได้กลิ่นสองขาอย่าคิดหนี สองตาที่ข้ามีหากคิดหนี…ขอให้ตาย…

สำหรับจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ดังกล่าว ทางด้านคุณ “ณัฐชัย จิระอานนท์” ได้เขียนDirector Note ไว้ว่า โปรเจ็กต์ “โศกาภิวัฒน์” เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2024 มันเริ่มมาจากการที่โปรดิวเซอร์ของคุณณัฐชัยกำลังมองหาไอเดียในการทำหนัง และได้เจอกับหนังสือนิยาย “โศกาภิวัฒน์” ก็เกิดความสนใจในแก่นของนิยายที่เป็นเรื่องของครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีวัตถุดิบในความเป็นหนังสยองขวัญอยู่ด้วย จึงส่งต่อนิยายเรื่องนี้มาให้ทางคุณณัฐชัย นำมาสู่การพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ รวมถึงมอบหมายหน้าที่กำกับการแสดงให้กับคุณณัฐชัยด้วย เพราะทางทีมงานคิดว่า Mood & Toneของภาพยนตร์มันมีความ “เลือดสาด” อยู่ในนั้น น่าจะเป็นจริตที่เหมาะกับคุณณัฐชัย

สำหรับความน่าสนใจของ โศกาภิวัฒน์ คือการที่มันสร้างโลกของมันขึ้นมาเอง เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่าตัดขาดจากโลกภายนอก ไร้ซึ่งเทคโนโลยีและสิ่งยืนยันยุคสมัย มียูนิฟอร์มของเด็กหนุ่มในบ้านทั้ง8คนที่ถูกดีไซน์ให้มีความเป็น “นักโทษ” / “ผู้ป่วย” และยังผสมผสานกลิ่นอายความเป็นGothicเข้าไป จึงมั่นใจว่าภาพที่ออกมาจะเป็นหนังไทยที่ให้ความรู้สึกและรสชาติที่แปลกใหม่กับคนดู และsettingของหนังนี้เองก็เปิดพื้นที่ให้เราสามารถเล่าอะไรได้หลายอย่างมาก หนังเรื่องนี้จึงมีทั้งความลึกลับ มีความเลือดสาด มีความจิต มีความดาร์คแฟนตาซี

แต่อย่างไรก็ตามคือในความบันเทิงและห้วงอารมณ์ที่หลากหลาย มันต่างถูกยึดเหนี่ยวด้วยแกนหลักของดราม่าที่เข้าถึงทุกคนได้ นั้นคือเรื่องของครอบครัว ความหมายของครอบครัวที่แม้ว่าเด็กทั้ง8คนจะเป็นเด็กกำพร้าที่มาจากต่างที่ แตกต่างกัน แต่พวกเขาก็รักและไม่ทอดทิ้งกัน ไม่แพ้พี่น้องที่มาจากสายโลหิตเดียวกัน

รีวิว “โศกาภิวัฒน์” จาก เนเรซ (8/10 คะแนน) ความลึกลับในคฤหาสน์หลังใหญ่ ความหลอนที่เล่นกับจิตใจ

หลังจากที่เนเรซได้ดูภาพยนตร์เรื่อง “บ้านโศกาภิวัฒน์” มาแล้ว บอกเลยว่าหลอนจริงอะไรจริง ขอให้คะแนนความสนุกไปเลย 8/10 ค่ะ หนังเรื่องนี้มาพร้อมพล็อตที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความหลอนที่เล่นกับจิตใจคนดูได้อย่างอยู่หมัด

เรื่องราวจะพาเราไปสำรวจคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก ซึ่งเป็นที่อยู่ของแม่และลูกชายทั้งแปดคนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างแม่และลูกๆ กลายเป็นแกนหลักของเรื่องราว พร้อมทั้งปมปริศนาและความลับบางอย่างที่ทั้งแปดคนจะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบเพื่อหลุดพ้นจากบ้านหลังนี้ให้ได้

ความรู้สึกระหว่างรับชม: กดดัน ตึงเครียด และน่าติดตาม

ตั้งแต่เริ่มเรื่องจนจบ เราจะถูกดึงเข้าไปอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดและกดดันกับการเอาชีวิตรอด ฉากชวนสยองและบทลงโทษที่โหดร้ายของแม่ทำให้เราต้องลุ้นและเอาใจช่วยตัวละครตลอดเวลา แม้จะรู้สึกอึดอัด แต่หนังกลับไม่น่าเบื่อเลย เพราะเนื้อเรื่องจะค่อยๆ เรียงลำดับเหตุการณ์ให้เราอยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมด

การแสดง: ทรงพลังและน่าชื่นชม

ต้องยกนิ้วให้กับการแสดงของนักแสดงทุกคนที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด แม้ส่วนใหญ่จะเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ แต่ก็สามารถเก็บรายละเอียดของตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

แต่คนที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษคือ คุณคลอเดีย จักรพันธุ์ ที่ถ่ายทอดบทบาทของ “แม่” ได้อย่างทรงพลังและน่ากลัว เธอแสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่เหมือนมีสองด้านในเวลาเดียวกัน ทั้งความน่าสงสัย ความโหดเหี้ยมในการลงโทษลูกๆ ที่ทำผิดกฎ และความน่าสงสารในอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นการแสดงที่คมคายและเก็บรายละเอียดได้ทุกเม็ด ทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าจดจำ

บรรยากาศและบทสรุป: มืดมน ชวนงง แต่ก็สร้างความประหลาดใหม่

บรรยากาศของหนังมีความมืดมน หดหู่ และเต็มไปด้วยปริศนา การถูกขังอยู่ในบ้านกลางป่าที่ไร้ทางหนี ยิ่งทำให้ความหลอนและน่ากลัวเพิ่มขึ้นไปอีก มีฉากโหด เลือดสาดให้ได้ชมกัน แต่ในบางฉากก็อาจจะยังไม่สุดเท่าที่ควร อาจจะด้วยการตัดต่อที่เร็วไปหน่อย หรือดูไม่เนียนในบางช่วง

แม้ว่าหนังจะเฉลยปมต่างๆ ไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีบางอย่างที่ยังคงเป็นปริศนาจนจบเรื่อง ซึ่งอาจจะทำให้คนดูรู้สึกค้างคาใจอยู่บ้าง แต่นี่ก็ถือเป็นความแปลกใหม่ของหนังไทยที่กล้าเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ผิดเพี้ยน ผู้เป็นแม่ที่ดูเหมือนวิกลจริต และยังมีเรื่องราวลี้ลับที่แฝงกลิ่นอายของลัทธิบูชาปีศาจเข้ามาเกี่ยวข้อง

โดยรวมแล้วถึงแม้จะดูแล้วรู้สึกกดดัน แต่ก็เป็นหนังที่สนุกและชวนให้ติดตามจนจบ งานนี้เมื่อฝันร้ายเริ่มต้นขึ้น พวกเขาจะเอาตัวรอดจากความลับสุดสะพรึงใน “บ้านโศกาภิวัฒน์” ได้อย่างไร ต้องไปหาคำตอบกันได้ในโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมนี้เป็นต้นไปค่ะ

MOVIE STATION

เนเรซ