นางสาวณิชมน ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี “Fineline Shine The Happiness” ดึงบอยแบนด์ “BUS” เป็นพรีเซนเตอร์ “ไฟน์ไลน์ แฮปปี้เนส ซีรี่ส์” ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรถนอมผ้าและปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใส จริงใจ และมีพลังบวก ซึ่งสอดคล้องกับคุณค่าที่ NEO ยึดถือในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันการซักผ้า แต่ยังสร้าง ‘ความสุขที่สัมผัสได้’”
“เราเชื่อว่าความรู้สึกของการซักผ้าและได้สัมผัสกับความสะอาด กลิ่นหอมบนเสื้อผ้า คือความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับที่เหล่าแฟนคลับรู้สึกทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะของศิลปินที่ตัวเองรัก เราจึงมั่นใจว่า การได้ร่วมงานกับ BUS นอกจากจะช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของแบรนด์ไฟน์ไลน์ให้ดูสดใหม่ ทันสมัย ยังเป็นการเปิดประตูให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งในที่สุดจะสะท้อนกลับมายัง NEO Corporate ในฐานะบริษัทไทยที่พร้อมสนับสนุน T-POP ให้เติบโตเป็นพลังสร้างสรรค์ และสร้างความภูมิใจร่วมกันของคนไทย”
จากการสำรวจของนีลเส็น ประเทศไทย ตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับผ้านุ่มในประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดย 6 เดือนแรกของปี 2568 ตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าแบบน้ำมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท เติบโต 8% และ NEO ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 ที่ 27% ขณะที่ตลาดปรับผ้านุ่มมีมูลค่ารวม 7,700 ล้านบาท เติบโต 4% โดยเฉพาะกลุ่มปรับผ้านุ่มเข้มข้นที่มีมูลค่าสูงถึง 6,200 ล้านบาท และเติบโตถึง 6% ซึ่ง NEO มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 4 และมีอัตราการเติบโตระดับเลขสองหลัก (Double Digits) โดยคาดการณ์ว่าตลาดปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นจะเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มดูแลและซักเสื้อผ้าด้วยตัวเอง

“จากการวิเคราะห์อินไซต์ผู้บริโภค พบว่ากลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนเมือง ให้ความสำคัญกับ ‘กลิ่นหอม’ และ ‘ภาพลักษณ์ของแบรนด์’ มากขึ้น เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากลิ่นหอมร่วมกับบริษัทน้ำหอมระดับโลก ซึ่งส่งผลให้ไฟน์ไลน์สามารถดึงดูดและครองใจผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องด้วยจุดเด่นของกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และการสร้างสรรค์แคมเปญสำหรับ “Fineline Shine The Happiness” ครั้งนี้ ก็เพื่อสื่อถึงความโดดเด่นและแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาด และกลิ่นหอมที่ทันสมัย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบสำหรับผู้บริโภค ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่มีหัวใจสดใสอยู่เสมอที่มองหาผลิตภัณฑ์ซึ่งผสานทั้งประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว”
สำหรับ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรถนอมผ้าไฟน์ไลน์ แฮปปี้เนส ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการการดูแลผ้าอย่างครบวงจร ซักสะอาดพร้อมถนอมเส้นใยผ้าด้วยNeutral pH ผสาน FX Tech ลดกลิ่นอับชื้นที่ต้นเหตุ และผลิตภัณฑ์ซักผ้า มีให้เลือก 3 สูตรตามความต้องการของผู้ใช้ มีจุดเด่นที่กลิ่น“น้ำหอมสไตล์เคาน์เตอร์แบรนด์” เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างจุดแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ได้แก่ พิงค์ ชายน์ ,คริสตัล ไบร์ท ,บลิงค์ ไวโอเล็ต
ในขณะที่ ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฟน์ไลน์ แฮปปี้เนส มุ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความหอมติดทนแบบมีสไตล์ และมอบประสบการณ์ถนอมผ้าที่ให้ความรู้สึกพลังบวก ด้วยนวัตกรรม Fresh Capsule Technology แคปซูลน้ำหอมที่ยึดเกาะเส้นใยผ้าเพื่อกระจายกลิ่นหอมยาวนานสูงสุด 35 วัน ช่วยบูสต์กลิ่นหอมทั่วใยผ้า หอมไม่ฉุน แนวน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ กลยุทธ์หลักคือการสร้างความแตกต่างในตลาดด้วย “กลิ่นหอมระดับพรีเมียม” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำหอม Sweet like Candy Limited Edition ของ Ariana Grande เป็นต้น และกลิ่นจะค่อย ๆ แพร่กระจายทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ยิ่งขยับ ยิ่งหอม มีให้เลือก 3 สูตรเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าและความต้องการที่แตกต่าง ได้แก่ สวีทตี้ พิงค์ ,ดรีมมิ่ง คิส ,พีช บลอสซั่ม

สำหรับกลยุทธ์การตลาด เน้นสร้างแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการดูแลผ้าในตลาด FMCG เพื่อสร้างประสบการณ์และความจดจำแบรนด์ โดยภายในสิ้นปี 2568 NEO ตั้งเป้ายอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟน์ไลน์ซักผ้าเติบโต 21% และเฉพาะไฟน์ไลน์ แฮปปี้เนส ซีรี่ส์ ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 35.7% ขณะที่กลุ่มไฟน์ไลน์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นตั้งเป้าเติบโต 28% และเฉพาะไฟน์ไลน์ แฮปปี้เนส ซีรี่ส์ ตั้งเป้าเติบโตที่ 30%
ในส่วนของแผนการตลาด NEO ได้วางแผนกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคและแฟนคลับBUS อย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการตอบแทนกระแสตอบรับอันอบอุ่นจากแฟนๆ จากการได้ร่วมกิจกรรมกับ BUS ในปีที่ผ่านมา ไฟน์ไลน์ยังได้มอบตำแหน่ง ‘Son of Fineline’ ให้กับวง BUS อย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อ 30 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนี้จะมีไฮไลต์และกิจกรรมพิเศษที่แฟนคลับไม่ควรพลาด พร้อมด้วยกิจกรรมออนไลน์ คอนเทนต์พิเศษ และของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะทยอยเปิดตัวให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ “ความสะอาด หอม พร้อม Shine” ไปพร้อมกับศิลปินทั้ง 12 คนอย่างต่อเนื่อง



