สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า รูบิโอเดินทางเยือนเม็กซิโกในระดับสูงสุด นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีวาระเกี่ยวกับการปราบปรามผู้อพยพและแก๊งค้ายาเสพติด

แม้ประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บาว์ม ผู้นำเม็กซิโก จะพบหารือกับรูบิโอในวันนี้ (3 ก.ย.) แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่รูบิโอจะเดินทางถึงเม็กซิโก เธอกล่าวว่าจะกำหนดขอบเขตเกี่ยวกับ “การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐ” ในประเทศ

“สหรัฐจะไม่ดำเนินการเพียงลำพัง เพราะเราทำงานด้วยกันมานานหลายเดือน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นความมั่นคง ซึ่งเม็กซิโกจะไม่ยอมรับการละเมิดดินแดน และเราไม่ยอมรับการอยู่ใต้บังคับบัญชา แต่มันจะเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเท่าเทียมกัน” ไชน์บาว์ม กล่าวเพิ่มเติม

อีกด้านหนึ่ง ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐสังหารผู้ต้องสงสัย 11 ราย จากการทำลายเรือเร็วลำหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากแก๊งค้ายาเสพติดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา

ขณะที่รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองไมอามี ก่อนเดินทางเยือนเม็กซิโก ว่าการโจมตีข้างต้นไม่ใช่การโจมตีครั้งสุดท้ายของสหรัฐ พร้อมกับเตือนว่า ยุคสมัยของการยกเว้นโทษ “สิ้นสุดลงแล้ว”

“ทรัมป์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขาจะใช้อำนาจทั้งหมดของอเมริกา อำนาจทั้งหมดของสหรัฐ เพื่อจัดการและกำจัดแก๊งค้ายาเสพติดเหล่านี้ ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติการจากที่ไหนก็ตาม” รูบิโอ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP