สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า รูบิโอเดินทางเยือนเม็กซิโกในระดับสูงสุด นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีวาระเกี่ยวกับการปราบปรามผู้อพยพและแก๊งค้ายาเสพติด
แม้ประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บาว์ม ผู้นำเม็กซิโก จะพบหารือกับรูบิโอในวันนี้ (3 ก.ย.) แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่รูบิโอจะเดินทางถึงเม็กซิโก เธอกล่าวว่าจะกำหนดขอบเขตเกี่ยวกับ “การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐ” ในประเทศ
“สหรัฐจะไม่ดำเนินการเพียงลำพัง เพราะเราทำงานด้วยกันมานานหลายเดือน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นความมั่นคง ซึ่งเม็กซิโกจะไม่ยอมรับการละเมิดดินแดน และเราไม่ยอมรับการอยู่ใต้บังคับบัญชา แต่มันจะเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเท่าเทียมกัน” ไชน์บาว์ม กล่าวเพิ่มเติม
On my way to Mexico City and Quito. We’re working to keep Americans safe by strengthening cooperation on illegal immigration and countering transnational crime and terrorism in our region. pic.twitter.com/Fj3r4E8zfM
— Secretary Marco Rubio (@SecRubio) September 2, 2025
อีกด้านหนึ่ง ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐสังหารผู้ต้องสงสัย 11 ราย จากการทำลายเรือเร็วลำหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากแก๊งค้ายาเสพติดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
ขณะที่รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองไมอามี ก่อนเดินทางเยือนเม็กซิโก ว่าการโจมตีข้างต้นไม่ใช่การโจมตีครั้งสุดท้ายของสหรัฐ พร้อมกับเตือนว่า ยุคสมัยของการยกเว้นโทษ “สิ้นสุดลงแล้ว”
“ทรัมป์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขาจะใช้อำนาจทั้งหมดของอเมริกา อำนาจทั้งหมดของสหรัฐ เพื่อจัดการและกำจัดแก๊งค้ายาเสพติดเหล่านี้ ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติการจากที่ไหนก็ตาม” รูบิโอ กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



