สื่อท้องถิ่นสถานีโทรทัศน์เจ้อเจียงรายงานกรณีชวนปวดหัวที่เกิดขึ้นที่ฟิตเนสแห่งหนึ่งในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้ โดยชายคนหนึ่งซึ่งได้รับการเปิดเผยเพียงชื่อสกุลว่า “สือ” ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากทางฟิตเนสว่า ขอยกเลิกสิทธิ์การเข้าใช้บริการของเขา หลังจากที่เขาเพิ่งควักเงินจำนวน 6,388 หยวน (ราว 31,180 บาท) เพื่อสมัครสมาชิกระยะยาวเป็นเวลา 3 ปีไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2568 ซึ่งสมาชิกภาพของเขาจะหมดอายุในเดือนเมษายน 2571 

นายสือเล่าว่าเมื่อสิบปีก่อนเขาเคยลดน้ำหนักตัวครั้งใหญ่จาก 125 กิโลกรัม จนเหลือ 80 กิโลกรัม และนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ออกกำลังกายอย่างหนักถึงสัปดาห์ละ 5 วันจนกลายเป็นคนเสพติดการเข้าฟิตเนส

แต่เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา เขากลับได้รับข้อความจากผู้บริหารฟิตเนสระบุว่า  “พวกเราได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบเป็นเวลานานก่อนที่จะตัดสินใจเช่นนี้ โดยเราจะคืนเงินค่าสมาชิกในส่วนเวลาที่เหลือทั้งหมดให้กับคุณ” 

นอกจากนี้ยังมีข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “ในสภาวะเศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้ ทางเราต้องแบกรับความกดดันในการทำธุรกิจอย่างมาก และเราก็พยายามดูแลลูกค้าทุกคนให้ดีที่สุด แต่มีลูกค้าจำนวนมากร้องเรียนเข้ามาซ้ำๆ ว่ากลิ่นตัวที่รุนแรงของคุณส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างมาก ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องขอยกเลิกสมาชิกภาพของคุณในครั้งนี้”

หลังจากถูกเชิญออก นายสือได้รับเงินคืนเป็นจำนวน 3,888 หยวน (ราว 18,970 บาท) พร้อมกับบัตรสมาชิกฟรี 3 เดือนของฟิตเนสอีกแห่งหนึ่งเป็นการปลอบใจ 

ด้านตัวแทนของฟิตเนสเจ้าปัญหาเผยกับสื่อมวลชนว่า นายสือเป็นคนที่เหงื่อออกง่ายและมักจะส่งกลิ่นตัวที่รุนแรงมากออกมา โดยลูกค้าหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะมีกลิ่นเหม็นตกค้างอยู่รอบๆ เครื่องเล่นที่เขาเพิ่งใช้ หรือแม้กระทั่งเวลาที่เขาเดินผ่าน จนไม่มีใครอยากไปวิ่งบนลู่วิ่งที่อยู่ใกล้กับเขา 

ก่อนหน้านี้ทางยิมเคยพยายามแก้ปัญหาด้วยการจัดเครื่องเล่นส่วนตัวไว้ให้เขาที่มุมห้อง รวมถึงขอความร่วมมือให้เขามาออกกำลังกายในช่วงเวลาที่คนไม่พลุกพล่านแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งกระแสการร้องเรียนของสมาชิกคนอื่น ๆ ได้

ทางด้านนายสือยอมรับว่าตนเองเป็นคนเหงื่อออกมากจริง แต่ปกติแล้วจะพกผ้าขนหนูหลายผืนมาคอยเช็ดตัวและวางรองบนเครื่องเล่นเสมอเพื่อไม่ให้รบกวนคนอื่น พร้อมกล่าวว่าตัวเขาเองหวังว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับไปออกกำลังกายที่เดิมเนื่องจากฟิตเนสดังกล่าวอยู่ใกล้บ้าน ทั้งนี้เขาได้นำเรื่องราวไปร้องเรียนผ่านรายการโทรทัศน์ยอดนิยมเพื่อหวังจะให้ช่วยหาทางออกให้ แต่หลังจากจบรายการก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และไม่แน่ชัดว่าเขาได้ยื่นเรื่องต่อไปยังหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้จุดชนวนวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดบนโลกออนไลน์ของจีน ซึ่งชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างพากันเห็นใจและเข้าข้างฝั่งผู้ประกอบการฟิตเนส โดยผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “คุณพระช่วย ขนาดนี้แล้วเขายังกล้าไปร้องเรียนออกทีวีอีกเหรอ คดีนี้ฉันเข้าข้างฟิตเนสนะ” 

ด้านชาวเน็ตอีกรายตั้งข้อสังเกตว่ากลิ่นตัวของนายสืออาจเป็นอาการป่วยที่เรียกว่าโบรไฮโดรซิสหรือภาวะกลิ่นตัวแรงผิดปกติ “เขาต้องเป็นโรคกลิ่นตัวแรงแน่ๆ เพราะแค่เหงื่อออกธรรมดามันไม่เหม็นขนาดนี้หรอก ฉันเคยเจอคนที่เป็นโรคนี้ ขอบอกเลยว่าไปยืนข้างๆ คือแทบหายใจไม่ออกเลย” 

ด้านชาวเน็ตบางส่วนที่เห็นต่างก็ออกมาแย้งว่า “นี่มันไม่เข้าข่ายเหยียดและเลือกปฏิบัติงั้นเหรอ เพราะยังไงเสีย ฟิตเนสก็คือสถานที่ที่คนเข้าไปหลั่งเหงื่ออยู่แล้วไม่ใช่หรือไง” 

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Engin Akyurt from Pixabay