“เราทดลองเทคโนโลยีด้วยการพยายามรีไซเคิล และนำสิ่งของที่คนอื่นทิ้งกลับมาใช้ใหม่ในวัตถุ ประสงค์อื่น มันเป็นความเคลื่อนไหวที่มีทั้งด้านการกุศล การเมืองทางเทคโนโลยี และความสนุกสนาน” นายเอสเตบัน ปัลลาดิโน นักดนตรี กล่าว
ตามรายงานปี 2567 ของสถาบันวิจัยแห่งสหประชาชาติ อาร์เจนตินาผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 520,000 ตันต่อปี เป็นอันดับ 5 ในภูมิภาคอเมริกา ตามหลังสหรัฐ บราซิล เม็กซิโก และแคนาดา

คำประกาศของกลุ่มไซเบอร์ ดัมป์ สเตอร์ ไดเวอร์ส ซึ่งมีสมาชิกหลายสิบคนทั่วอาร์เจนตินา ระบุว่า เมื่อเผชิญกับการผิดศีลธรรมจากการทิ้งอุปกรณ์ลงถังขยะ นักค้นขยะจะก่อกบฏต่อต้านอำนาจของตลาด โดยกลุ่มนักเก็บขยะมองว่า พวกเขาเป็นนักปฏิวัติที่ทำสงครามกับ “ผู้มีอำนาจด้านเทคโนโลยี”
ขบวนการนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2562 ด้วยโรงทานฮาร์ดแวร์ที่ผู้คนแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และได้รับแรงผลักดันในช่วงการระบาดของโรคโควิด- 19 เนื่องจากผู้คนจำนวนมากต้องการคอมพิวเตอร์อย่างกะทันหัน เพื่อเรียนหรือทำงานที่บ้าน

จากนั้น กลุ่มนักรีไซเคิลก็เข้ามามีส่วนร่วม โดยพวกเขาทำให้เครื่องจักรเก่าจากกองขยะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง พร้อมกับติดตั้งระบบปฏิบัติการฟรี และบริจาคให้กับผู้คนและองค์กรที่ต้องการ
ทั้งนี้ กลุ่มไซเบอร์ ดัมป์สเตอร์ ไดเวอร์ส จัดการประชุมประจำปีครั้งที่ 3 ในกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา โดยภายในงานมีเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมาร์ตโฟนที่ใช้งานไม่ได้แล้ว
อีกด้านหนึ่ง ผู้เข้าชมต่อแถวเพื่อเล่น “Ventilastation” ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเกมที่ทำมาจากพัดลมอุตสาหกรรม และเรียนรู้วิธีการใช้แอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) บนคอมพิวเตอร์เก่า โดยบนหน้าจอมีสโลแกนที่ระบุว่า “ของเก่าก็ใช้ได้”

ด้าน นายฮวน คาร์ริก วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ วัย 47 ปี เดินทางไกล 470 กิโลเมตร จากจังหวัดซานตาเฟ ทางตอนกลางของอาร์เจนตินา เพื่อนำเสนอกระบวนการรีไซเคิลด้วยหุ่นยนต์ และไปยังโรงเรียนหลายแห่งเพื่อสอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับการใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสร้างเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ หรือระบบควบคุมมอเตอร์
นอกจากนี้ คาร์ริกยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อบริษัทต่าง ๆ เกี่ยวกับการวางแผนให้ผลิตภัณฑ์ล้าสมัย หลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง

แม้การมอบชีวิตใหม่ให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก่า อาจดูเหมือนเป็นความคลั่งไคล้ขั้นสูงสุด แต่กลุ่มไซเบอร์ ดัมป์สเตอร์ ไดเวอร์ส ยังระมัดระวังผลกระทบของสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อเยาวชนของอาร์เจนตินา
“ระบบนิเวศเช่นนี้กำลังทำลายโครงสร้างทางสังคม และจิตใจของคนหนุ่มสาว” นายคริสเตียน โรโฮ หนึ่งในนักรีไซเคิล กล่าวทิ้งท้าย.



