มีการออกคำเตือนด้านสุขภาพ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งมีเสียงดัง ทำให้มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 12.4%
ทีมวิจัยของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโอเดนเซ ประเทศเดนมาร์ก เผยแพร่ผลการศึกษาที่วิเคราะห์ผลกระทบของเสียงการจราจร และมลพิษทางอากาศต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
การศึกษาใช้เวลา 40 ปี เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ผู้ชายชาวเดนมาร์ก อายุระหว่าง 65 ถึง 74 ปี จำนวน 26,700 คน โดยตรวจสอบระดับเสียงจากการจราจร และมลพิษทางอากาศรอบๆ บ้านของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
ผลการศึกษาพบว่า ความแตกต่างของ “เสียงจราจร” ที่ 14.9 เดซิเบล (dB) ซึ่งเป็นระดับเสียงระหว่างซอยที่เงียบสงบกับถนนสายหลัก เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองขึ้น 12.4% นับเป็นการค้นพบที่สำคัญ แสดงให้เห็นว่า การได้รับเสียงดังในชีวิตประจำวัน อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้
สิ่งที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษทางอากาศ และโรคหลอดเลือดสมอง
จากการวิเคราะห์ของทีมวิจัย พบว่าไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญระหว่างการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในระยะยาว กับการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ชี้ให้เห็นว่าเสียงจากการจราจรอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรคหลอดเลือดสมองมากกว่ามลพิษทางอากาศ
“เสียงจราจรเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง” ดร.สเตฟาน ไมนซ์ หัวหน้าทีมวิจัยอธิบาย “เสียงดังรบกวนการนอนหลับ และกระตุ้นกระบวนการสร้างความเครียด” สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบทางสรีรวิทยาของเสียงต่อร่างกาย อาจเชื่อมโยงกับกลไกที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง
ดร.ไมนซ์ ยังเน้นย้ำว่า “การวางผังเมือง นโยบายบรรเทาเสียง และกลยุทธ์การขนส่ง ควรให้ความสำคัญกับการลดการสัมผัสเสียง เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง และผลกระทบระยะยาว” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการจัดการเสียง ควรเป็นประเด็นสำคัญในนโยบายสาธารณสุข
นอกจากนี้ ดร.ไมนซ์ ยังได้นำเสนอมาตรการเชิงปฏิบัติ เพื่อลดการสัมผัสเสียงในงานประชุมของ European Society of Cardiology ที่จัดขึ้นในกรุงมาดริดอีกด้วย
เขาแนะนำว่า “คนที่อาศัยอยู่ริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ควรนอนในห้องนอนที่เงียบสงบ ปิดหน้าต่างและประตู ติดตั้งกระจกหน้าต่างที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดเสียงรบกวน”
ส่วนทางภาครัฐก็ควรมีนโยบายควบคุมความเร็วเวลากลางคืน การใช้ยางมะตอยเพื่อลดเสียงรบกวน และการเปลี่ยนเส้นทางรถขนาดใหญ่ออกจากเขตที่อยู่อาศัย.
ที่มาและภาพ : insight korea, freepik



