เมื่อเวลา 16.12 น. วันที่ 3 ก.ย. 68 ที่พรรคภูมิใจไทย  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหนังสือทูลเกล้าฯ ยุบสภาถูกตีกลับมา ว่า เป็นเพียงแค่ข่าว แต่เราก็ต้องรอรัฐบาลเป็นผู้แจง ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่  ส่วนกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย  เดินทางไปแจ้งความนายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ตามความผิด มาตรา 157 เรื่องการยื่นทูลเกล้าฯ ขอยุบสภา ที่ สน.ดุสิต นั้นก็ต้องไปถามนายศุภชัยว่าไปแจ้งในนามอะไร ถ้าไปในนามส่วนตัว  ทั้งนี้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ อะไรก็ตามที่เสนอไปแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำแล้วเป็นรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นการโปรดเกล้าฯ ลงมา หรือไม่โปรดเกล้าฯ ลงมา รัฐบาลต้องแจ้งให้กับประชาชนรับทราบโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเป็นเรื่องที่ต้องระวัง

เมื่อถามว่า ปัญหาการโหวตนายกรัฐมนตรีตอนนี้จะสะดุดหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพิ่งลง MOA กับพรรคประชาชนไปเมื่อเช้านี้  เราก็เพียงรอเวลาให้ความชัดเจนมันเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องข้ออ้างที่จะมีการสอบถามประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็มีความชัดเจนในราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสราวุธ ทรงศิวิไล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 68 ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ใช่วันที่ 29 ส.ค. 68 มองว่าไม่ต้องถามด้วยซ้ำและไม่จำเป็นต้องมาบอกว่าต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตอบมาก่อน เพราะเป็นคำถามที่ไม่ชอบ คนที่ได้รับคำถามก็มีสิทธิที่จะตอบหรือไม่ตอบ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะตอบเพราะข้อเท็จจริงมันไม่มี

เมื่อถามว่า มีความพยายามที่จะยื้อเวลาวันโหวตนายกรัฐมนตรีไปหลังวันที่ 10 ก.ย.นี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มองโลกในแง่ดี เพื่อต้องการความละเอียด ตนก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนจะเป็นวันที่ 5 ก.ย. หรือวันที่ 10 ก.ย.นี้ ตนไม่ทราบแต่ใครทำอะไรก็ตาม ถ้ามันขัดต่อกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ คนที่ทำก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าขัดต่อจริยธรรม คนที่ทำก็ต้องยิ่งรับผิดชอบเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าจะดึงเกมหรือจะทำอะไร ให้เกิดอุปสรรคต่างๆ นานา ก็ต้องระมัดระวังทางด้านเรื่องกฎหมายไว้ด้วย  เพราะผู้เสียหายคือประเทศชาติ ประชาชน และคือทุกๆ คน

เมื่อถามว่า จะเป็นการสกัดไม่ให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่  นายอนุทิน ส่ายหัวแทนคำตอบ

เมื่อถามถึง การกล่าวหาของ สส.พรรคเพื่อไทย  ในเรื่องดีล 44 สส.พรรคประชาชนและโหวตนายกรัฐมนตรี ดูเป็นการส่อเจตนาเกินไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ใครจะพูดอะไรก็ได้  ใครจะพูดอะไรก็ได้แต่ขออย่าให้ผิดกฎหมาย หรือเกิดการหมิ่นประมาทให้ร้ายคนอื่น ตอนนี้ก็เปรียบเสมือนการแข่งขันกัน  อย่าง สส.ที่มาสนับสนุนตนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็มั่นใจว่าเราเล่นอยู่ในกติกาทุกอย่าง ไม่ใช้ความได้เปรียบ เพื่อทำให้ทุกอย่างมันช้าลง หรือทำให้เกิดอุปสรรคเพราะคนที่เดือดร้อนคือพี่น้องประชาชน ก็อยากให้สำนึกเอาไว้ในประเด็นนี้ด้วย อะไรที่อยู่ในข้อตกลงก็เป็นไปตามนั้นแต่เรื่องอื่นๆ เราก็สามารถคุยกันได้ เวลาที่มันเป็นประโยชน์

จากนั้นนายอนุทินได้ไปที่ร้านกาแฟ Jaristaa “จาริสต้าร์” ของภริยา โดยสั่งกาแฟเอสเพรสโซ่ร้อน เมนูโปรด พร้อมถามหาไอศกรีม เพื่อมาทานคู่กับเยลลี่สีแดงรสสตรอเบอรี่

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ร้านนี้ขายเค้กส้มหรือไม่ นายอนุทิน หันมาดูที่ตู้โชว์เค้ก ก่อนบอกว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้เดี๋ยวสั่งมาเลย ให้ไปถามเจ๊เจ้าของ” ก่อนจะหัวเราะ และบอกต่อว่า ให้ผู้สื่อข่าวเหมาเลยคงไม่เกิน 3,000 บาท

อย่างไรก็ตามท่าทีของนายอนุทินในวันนี้ ยังคงผ่อนคลาย แม้พรรคเพื่อไทย จะยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาก็ตาม.