ที่ภูเก็ต มีข่าวถึงผู้มีอิทธิพลหลายครั้ง เช่น การยึดหาดฟรีดอม การเก็บส่วยหาดป่าตอง และยังมีปัญหาความขัดแย้งของข้าราชการซึ่งอาจกระทบการแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เกิดเหตุฮือฮา ซี 9 งัดซี 10 ในวงประชุมมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทย “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ของขึ้น ที่มีข่าวว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัด (รอง ผวจ.) ภูเก็ตบางคน ที่เรียกว่า “รองซีฟู้ด” ไปพูดว่าย้าย “ผู้ว่าเซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ตได้ เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ใครจะใหญ่กว่า มท. 1 จนเป็นเหตุให้มีคำสั่งโยกย้ายรอง ผวจ.พื้นที่ภาคใต้ 5 คน ในช่วงค่ำวันที่ 15 มิ.ย. “รอง ผวจ.กุ้ง” ของภูเก็ตถูกย้าย 2 คน

ภายหลังจากมีคำสั่งย้ายรอง ผวจ. นายอดุลย์ ชูทอง อดีตรอง ผวจ.ภูเก็ต เดินทางออกจากศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดสงขลา ขณะที่ นายธีระพงศ์ ช่วยชู อดีตรอง ผวจ.ภูเก็ต เดินทางออกจากบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต บริเวณถนนปะเหลียน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไปนครศรีธรรมราช โดยไม่ให้สัมภาษณ์

ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. ครม. มีมติเห็นชอบตามที่ “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.ภูเก็ต

นายกฯ หนู ให้สัมภาษณ์ว่า การโยกย้าย ผวจ.ภูเก็ต ย้ายมาดีขึ้น มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะว่า ผวจ.ภูเก็ต อาวุโสในเรื่องโปรไฟล์ บางทีก็ต้องปรับคน เพราะภูเก็ตก็มีหลายเรื่อง พอมีอะไรขึ้นมาก็มีการแฉนั่นแฉนี่ มันทำงานกันไม่ได้หรอกแบบนี้ เราก็ต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกัน เอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ไปทำงาน เราไม่ยอมให้เกิดประเด็นเช่นการบุกยึดที่ดินชายหาดไล่ชาวบ้านข่มขู่ มาเฟีย ต่างๆ นานาและแอบอ้างอะไรกัน

“ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมามีข่าวในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ปัญหาคลี่คลาย จึงมีการปรับเปลี่ยนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเป็นการปรับคนที่อยู่เดิม ไปอยู่ในที่ที่เขาเคยอยู่ คนที่มาใหม่ ก็จะมาช่วยแก้ไขและสางปัญหาตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล รวมถึงเรื่องอื่นๆ ในพื้นที่ที่มันไม่มีความเรียบร้อย เราต้องการคลี่คลายปัญหา บางทีเหมือนตอนที่เราใส่รองเท้า แล้วมีเม็ดทรายอยู่ในรองเท้า เราลําบากที่จะแก้มัน บางทีเราก็ต้องถอดมันออกมา เพื่อจะสวมเข้าไปใหม่ คนที่ไปใหม่ เขาไม่เคยเห็นในพื้นที่ เขาก็จะใช้ประสบการณ์เข้าไปแก้ปัญหา โดยที่เขาไม่เคยอยู่ในพื้นที่มาก่อน คนที่อยู่เก่ารู้ปัญหา แต่ปัญหาไม่คลี่คลายสักที

“มีรอง ผวจ.ที่อาจจะไม่เข้าทีมกัน จึงต้องมีการเปลี่ยนยกทีม และเอาทีมใหม่เข้าไป เพื่อให้การแก้ปัญหาลุล่วงแค่นั้นเอง เราเห็นโพสต์ทุกวันว่ารอง ผวจ.คนนั้นทะเลาะกับรอง ผวจ.คนนี้ คนนั้นมีปัญหากับคนนี้ หากยังมีปัญหาทะเลาะกันต่อไปเรื่อยๆ ก็แก้ปัญหาอื่นไม่ได้ มันก็เลยต้องคลี่คลายปัญหานี้ ขอให้เชื่อมั่นว่าเป็นเรื่องนี้จริงๆ” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ซึ่งนายกฯ จะขึ้นเครื่องบินไปปฏิบัติภารกิจที่รัสเซีย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ได้มาพบนายอนุทิน เมื่อเข้าไปหารือกันในห้องรับรอง ข่าวว่า นายนิรัตน์ได้เข้าสวมกอดนายกฯ ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า “มาอยู่กับพี่ มาอยู่ใกล้ๆ” ก่อนที่เขาจะรายงานการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแก่นายกฯ

จากนั้น ผวจ.เซมเบ้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่ได้มีปัญหากับใครเลย ผมเป็นคนที่ลงไปแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไปดูในเพจข่าวต่างๆ ดีๆ ความขัดแย้งมันมีมาก่อนที่ผมจะไปอยู่ที่ภูเก็ต ผมไปเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง เมื่อผมคอนโทรลไม่ได้ ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ก็จะต้องถูกกระทรวงมหาดไทยพิจารณาถูกปรับย้าย ผมเคารพการตัดสินใจของปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกฯ ผมมารายงานสถานการณ์ให้นายกฯ รับทราบ เพราะหลายๆ อย่างมีความคืบหน้า เมื่อเป็นเรื่องความขัดแย้งระดับรอง ผวจ. กระทรวงมหาดไทยก็ควรจะส่งกรรมการลงไปสอบ โดยการนำของรองปลัดกระทรวง เพื่อให้สามารถเรียกทุกกรมทุกหน่วยในสังกัดมาพูดคุยและตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า การย้ายไปเป็น ผวจ.ที่ภูเก็ต เหมือนถูกรอง ผวจ.ภูเก็ตรับน้อง มองประเด็นนี้อย่างไร นายนิรัตน์ กล่าวว่า “ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นซี 10 ปีที่ 9 อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเห็นทุกคนเป็นน้อง และมีหน้าที่ช่วยให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมได้เตือน ลองไปหาข่าวดูในพื้นที่ ผมได้สั่งห้ามทำอะไรที่นอกกฎหมายและห้ามไปเรียกรับจากใคร อย่าไปเบียดเบียนใคร และได้เตือนเมื่อมีการปะทะกัน งัดวัดพลังเกิดขึ้น ผมได้เตือนในที่ประชุมอย่างเปิดเผย ในที่สาธารณะอย่างชัดเจน ย้ำว่าผมไม่ใช่น้องของใคร ผมเป็นของข้าราชการทุกคนในจังหวัด และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง”

เมื่อถามว่าการที่เราไปเตือนแบบนี้ทำให้เป็นชนวนเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจ นายนิรัตน์ กล่าวว่า แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนการประชุม ครม. นายกฯ ได้เรียกรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยเข้าหารือเป็นการภายในบนตึกไทยคู่ฟ้า ขอความร่วมมือให้คณะผู้ติดตามของรัฐมนตรีแต่ละคนออกมารออยู่ด้านนอก ข่าวว่ามีรัฐมนตรีหลายคนถูกตำหนิเรื่องการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะภูเก็ต

“รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ครม.เห็นชอบให้ นายสีหศักดิ์ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทย อีก 2 คน เป็นชาวแอฟริกาใต้ และชาวเยอรมัน ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 คน กระทรวงการต่างประเทศได้คัดเลือกมาเป็นอย่างดี ทั้งคู่เป็นอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศ จากนี้ ไทยและเขมรต้องหาคนที่ 5 มาเป็นประธาน เพื่อทํางานร่วมกัน ดําเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จึงจะมีการเริ่มพูดคุย

รมต.อ้วน ย้ำว่า ขอบเขตของการประนอม ควรจํากัดในเบื้องต้น เรื่องการกําหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป ที่เขมรต้องการให้พูดคุยเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมนั้นไม่ควร ควรจะเน้นในเรื่องของเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนก่อน

“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เปิดหลักฐานใหม่ โครงการ TH-AI Passport เริ่มประมูล ม.ค. ปี 2569 แต่หลักฐานชี้ชัดว่า บริษัทเริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ ต.ค. ปี 2568 โครงการประกาศผู้ชนะปีนี้ แต่งานเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามแนวนโยบายของนายกฯ ที่บอกว่าสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ฟ้าเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเมื่อไร น่าจะมีคนได้นอนตะราง มันไม่ใช่แค่โครงการนี้ มันยังมีโครงการ IT, AI, cloud, upskill/reskill e-learning ที่อยู่ในวงโคจรสีน้ำเงินทั้งหมดรวมหมื่นกว่าล้าน

ไม่ว่า TH-AI Passport 1,600 ล้านบาท National Credit Bank 380 ล้านบาท NDLP 1,300+450 ล้านบาท คลาวด์ NDLP 2,800 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ มันวนๆ ซึ่ง “ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง” มีแค่หยิบมือ และที่ยังรออยู่คือ โครงการ Skill-Credit Portfolio ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) 5,400 ล้านบาท Skill-Credit Portfolio ของกระทรวงศึกษาธิการ 1,600 ล้านบาท กระทรวง อว.นั้น “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. สั่งทบทวน TOR แล้ว แต่รัฐมนตรีติ๊กต็อกยังนิ่ง ตัวเลขเม็ดเงินที่หมดนี้คือเงินที่ถูก/กำลังจะถูกยักย้ายถ่ายโอนออกไป

“ขอแช่งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกแขนงที่คนพวกนี้นับถือ ใครทุจริตคอร์รัปชันก็ขอให้ไม่ตายดี ปลัดดีอีบอกว่า ส่อทุจริตจะยกเลิก แค่นี้พอหรือยัง ? ถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชีวิตนี้ท่านที่มีพร้อมทุกอย่าง อยากจะได้อะไรมีคนประเคนให้หมด ถ้าอยากเป็นเจ้าชายสายเทค ก็ยกเลิกโครงการในอำนาจตัวเอง ตอนนี้ยังทัน แล้วไปเป็นเจ้าชายโปรเจกต์อื่นที่มันขาวสะอาดกว่านี้เถอะ วันหนึ่งไม่มีคนให้หลบอยู่ข้างหลังแล้ว ระวังจะลำบาก”

สำหรับเรื่องฮั้ว สว. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. แถลงตอบโต้ “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เปิดคลิปเก็บโพยฮั้ว สว. ว่า นายพริษฐ์ทราบหรือไม่ว่าโพยนั้น ศาลคดีอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาไว้แล้วว่าการนำโพยหรือเอกสารที่เป็น สว.3 ใดๆ เข้าไปในวันเลือกตั้งไม่เป็นความผิด ถ้าผิดจริง กกต.จะต้องดำเนินการไปตั้งแต่วันที่เลือกแล้ว

พล.ต.ต.สุนทร แฉกลับว่า พบคลิปที่พบว่ามีผู้สมัคร สว.กลุ่มหนึ่งไปประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี และชูมือบอกว่าเราจะเข้ามา บุคคลกลุ่มนี้ถูกเลือกเข้ามาเป็น สว. ได้เพียง 10-20 คน คลิปทั้งหมดสามารถค้นหาได้ โดยใช้คำค้นว่า “เลือก สว.ขั้วประชาธิปไตย” ตนเคยเป็นพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอให้ กกต.ตรวจสอบด้วย ทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้ มีแต่ฝั่ง 138 สว. ยังมีคลิปผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่ม บอกว่าพวกเราอย่าช่วยเหลือกันนะ หากอยากจะเอาหลักฐาน ติดต่อได้ตนมีคลิปทั้งหมด.