เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รักษการ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินครูด้วยการตั้งสหกรณ์กลาง สกสค. เนื่องจากเป็นนโยบายที่ดีและครูหลายคนกำลังรอ เพื่อร่วมลงทะเบียนแก้หนี้ว่า ตนคิดว่าอยากให้รอในวันที่ 5 ก.ย. ที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งเชื่อว่าจะมีอะไรที่ชัดเจนมากขึ้นทางการเมือง และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คิดว่าจะได้เดินหน้านโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนตัวตนเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูด้วยโมเดลสหกรณ์กลาง สกสค. จะไม่ชุดชะงัก เพราะนายพีระพันธ์ เหมะรัตน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) อยู่ระหว่างการดำเนินการ เพราะถ้านโยบายนี้เกิดประโยชน์ต่อครูปัจจุบันและครูเกษียณอายุราชการ เชื่อว่า สกสค. จะเดินหน้าผลักดันต่อไปอย่างแน่นอน และเชื่อว่าครูทุกคนจะสนับสนุนให้นโยบายสหกรณ์กลาง สกสค. เกิดขึ้นได้
ต่อข้อถามว่านโยบายแก้หนี้ครูด้วยสหกรณ์กลาง สกสค. จะไม่หยุดชะงักอาจเป็นการส่งสัญญาณว่า ศ.ดร.นฤมล จะได้อยู่ในเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ต่อด้วยหรือไม่ รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนยังไม่สามารถตอบอะไรไปมากกว่านี้ได้ ขอให้กระบวนการขั้นตอนการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เสร็จเรียบร้อยก่อน และให้ติดตามสถานกาณ์การเมืองแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ส่วนจะได้อยู่ในเก้าอี้รัฐมนตรีเดิมหรือไม่ การจับมือกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พรรคกล้าธรรมได้หารือถึงการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว และการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน ส่วนเมื่อจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ก็ได้วางการแก้ไขปัญหาความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เป็นต้น ส่วนปัญหาภาคการศึกษาเรายังไม่ได้หารือในรายละเอียดว่าจะขับเคลื่อนในเรื่องใดบ้าง



