เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้เริ่มอภิปรายถึงบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดย สส.เพื่อไทย ส่วนใหญ่อภิปรายในแนวทางทักท้วงการทำข้อตกลง 5 ข้อ ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ที่หมิ่นเหม่ขัดรัฐธรรมนูญ และคุณสมบัติของนายอนุทิน ที่มีข้อครหาเรื่องฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดง อาจถูกยื่นเรื่องร้องเรียนตามมา จึงควรเลือกนายชัยเกษม เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการยุบสภาในทันที ไม่ต้องรอ 4 เดือน ขณะที่ สส.ภูมิใจไทย ต่างอภิปรายสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี มองว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม และเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ต้องรีบทำงานเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ประเทศ ให้มีผู้นำที่สร้างความปรองดอง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ข้อตกลงการทำงาน 5 ข้อ ของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย ขัดหลักการระบบรัฐสภาที่มีเจตนารมณ์เรื่องหลักเสียงข้างมากให้ได้รัฐบาลมีเสถียรภาพ การที่พรรคประชาชนไม่ส่งคนเป็นรัฐมนตรีถือว่าไม่รับผิดชอบ ไม่ยอมรับรู้นโยบายรัฐบาลที่ตัวเองเป็นผู้เลือกมา ยิ่งหากไปร่วมเป็นองค์ประชุมพิจารณากฎหมายให้ฝ่ายรัฐบาล ทั้งที่เคยบอกองค์ประชุมเป็นหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล ถือเป็นพฤติกรรมฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน 4 เดือนหลังจากนี้ การตรวจสอบรัฐบาลจะอ่อนแอ ไม่เป็นไปตามข้อตกลง 5 ข้อ พรรคประชาชนจะไปสร้างความเข้มแข็งให้ฝ่ายอนุรักษนิยม มวลชนจะรู้สึกอย่างไรที่พรรคข้ามขั้วไปสนับสนุนพรรคแกนนำฝ่ายอนุรักษนิยม

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มีข่าวลือหนาหูเหม็นคลุ้งในสภา ถึงการจะมาเป็นนายกฯ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีการใช้เงิน 1,500-2,000 ล้านบาท เป็นเรื่องไม่สบายใจ ที่นายกฯ คนต่อไปจะถูกตราหน้าตามข่าวลือ นายอนุทินต้องเคลียร์เรื่องนี้ เริ่มจากพรรคเพื่อไทยหายไป 8 คน ใครๆ ก็รู้ เป็นอะไรถึงหายไป อยากทราบตัวเลขจริงๆ ที่ไปรองรับให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ใช้เท่าไร รับแรกสุด 10 ล้าน โหวตวันนี้รับอีก 10+10 รวมเป็น 30 ล้าน จริงหรือไม่ พรรคการเมืองที่ไปสนับสนุนท่าน บางพรรคไม่เคยมีชื่อหาเสียงเลือกตั้ง แต่อยู่ๆ มารวมตัวหนุนนายอนุทิน ทำให้ สส.ภูมิใจไทย พากันประท้วงใส่ร้ายป้ายสี ให้หาหลักฐานมาพิสูจน์ ก่อนที่นายอดิศรจะอภิปรายต่อว่า ขอให้ไปสาบานวัดพระแก้วว่า ไม่มีการสนับสนุนเงินต่างๆ ตนมาโดยบริสุทธิ์ ถ้าไม่บริสุทธิ์ให้มีอันเป็นไปใน 7 วัน 9 วัน เพราะหลักฐานพิสูจน์ไม่ได้ ทั้งนี้เมื่อเทียบชื่อเสียง นิ้วต่อนิ้ว เซ็นต่อเซ็นแล้ว นายอนุทินสู้นายชัยเกษมไม่ได้ พรรคที่ไปสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบ หากมีการซื้อเสียงให้เป็นนายกฯ เท่ากับเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
“ส้มเท้งค้ำยันเขากระโดง ผูกโยงฮั้ว สว. ไว้ปลายเสา ขัดสีฉวีวรรณให้มันเงา ย่องเบาอำนาจอธิปไตย นี่คือการย่องเบาอำนาจอธิปไตย ปล่อยให้คนแบบนี้เป็นนายกฯ ไม่ได้” นายอดิศร กล่าว

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า ข้อกังวลที่ว่าหลังจากนี้พรรคประชาชนจะไม่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งนั้น เหตุใดไม่คิดว่า ช่วง 4-6 เดือนนี้ สภาชุดนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายค้านมีความเข้มแข็งมากที่สุด ตราบใดที่พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรงไปตรงมา ข้อห่วงใยที่ว่า พรรคประชาชนไปสนับสนุนฝ่ายอนุรักษนิยม ให้ดู 4-6 เดือนหลังจากนี้จะพิสูจน์ว่า สิ่งที่ตัดสินใจเป็นการเดินหน้าเพื่อประชาธิปไตยจริงๆ ในการแก้รัฐธรรมนูญ สู่การเลือกตั้ง ขอให้พรรคเพื่อไทยมาร่วมมือแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนเรื่องการแบ่งแยกอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ทำให้นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกฯ จากกลไกรัฐธรรมนูญปี 2560 ยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชน เป็นการหาทางออกประเทศ เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เราไม่ได้เลือกนายอนุทินมาบริหารประเทศ แต่เลือกมาเพื่อยุบสภา เปิดประตูการแก้รัฐธรรมนูญ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง


จากนั้นเวลา 15.00 น. ได้เริ่มเข้าสู่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย และนายชัยเกษม นิติสิริ พรรคเพื่อไทย ด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล.



