สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่านายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนเป็นประเทศที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่เคยควบคุมตัวบุคคลใดแบบนอกเหนือกฎหมาย ในทางกลับกัน “เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การกักขังโดยมิชอบ การคุมขังโดยพลการ การทูตเชิงบีบบังคับ การใช้อำนาจนอกอาณาเขต และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว ล้วนเป็นสิ่งที่สหรัฐดำเนินการมาตลอด” พร้อมทั้งยืนยันว่า จีน “ยินดีต้อนรับพลเมืองและนักธุรกิจจากทุกประเทศให้มาเยือนจีน”
Asked to comment on reports that US president signed an executive order placing certain countries allegedly involved in unjust detention of Americans on a blacklist, and that according to an anonymous senior US official countries including China, Iran, and Afghanistan are under… pic.twitter.com/XHSMvx3Ymq
— Global Times (@globaltimesnews) September 8, 2025
ถ้อยแถลงดังกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เป็นการตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะกำหนดให้บางประเทศมีสถานะเป็น “ผู้สนับสนุนการกักขังโดยมิชอบ” (state sponsors of wrongful detention) ซึ่งคล้ายคลึงกับการขึ้นบัญชีดำประเทศหนึ่งประเทศใดในฐานะ “รัฐให้ความสนับสนุนการก่อการร้าย”
แม้ยังไม่มีการระบุรายชื่อประเทศในคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวทันที อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวกล่าวว่า จะมีการสอบสวนจีน อิหร่าน และอัฟกานิสถาน ในฐานะประเทศที่ “มีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอกับนโยบายการทูตแบบตัวประกัน”
สำหรับประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะกำหนดให้อยู่ในบัญชีดำล่าสุดนี้ มีความเสี่ยงเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตร และมาตรการควบคุมการส่งออกโดยรัฐบาลวอชิงตัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายดังกล่าวจะไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้.
เครดิตภาพ : AFP



