เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีจะฝากอะไรถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และรมว.มหาดไทยคนใหม่ ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว และมีการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงเป็นภาระหน้าที่ของรัฐมนตรีใหม่ โดยตนขออวยพร เพราะท่านมาด้วยวิถีทางและเสียงข้างมาก ขอให้ท่านทำหน้าที่เต็มที่ และทำให้ประเทศชาติการเมืองหลุดพ้นกรอบเดิมๆ ที่เป็นปัญหา และทุกคนเข้าใจอยู่ อยากให้สิ่งต่างๆ เข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า หมายถึงเรื่องที่สังคมกังขาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ทุกเรื่อง หวังว่าท่านทำหน้าที่ในเกียรติประวัติของนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี อยากให้ท่านจัดการปัญหาที่คั่งค้างที่เรายังทำไม่เสร็จ ให้ท่านทำต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า หลังจากนี้นายภูมิธรรมจะทำบทบาทอะไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า กลับไปทำงานพรรค การเมืองอย่าคิดอะไรมาก การเมืองเป็นไปตามสภาพ ขึ้นได้ ลงได้
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะเตรียมการเป็นฝ่ายค้านหรือเตรียมพร้อมเลือกตั้งครั้งหน้า นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่วันนี้การประชุมพรรคเพื่อไทยคงได้พูดคุยกัน ซึ่งตนได้คุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยยังมีต้นทุนอยู่มาก ยังแข็งแรง อย่างน้อย สส. ในพื้นที่เรามีปริมาณจำนวนหลักร้อยบวกลบ รวมถึง สส. มีความแข็งแรงในพื้นที่
เมื่อถามว่า ที่ได้คุยกับ น.ส.แพทองธาร ว่าตระกูลชินวัตรยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ยังพร้อมเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว อยากให้ สส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าเรายังอยู่ จะทำหน้าที่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน และให้ประเทศชาติอยู่เหมือนเดิม ส่วนรายละเอียดต้องมีการพิจารณาปรับปรุง การดำเนินงานในพรรคอีกครั้งหนึ่ง แกนนำและรัฐมนตรีก็จะเข้ามาทำงานในพรรค
เมื่อถามว่า ความไม่มั่นใจตรงนี้จะทำให้มี สส. ไหลออกจากพรรคใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่เชื่อว่าจะมีไหลออกจนกว่าจะเห็นในวันเลือกตั้ง เพราะวันนี้ไม่มีความจำเป็นต้องไหลออกไปไหนแล้ว ตนเชื่อว่า สส. ในพรรค และสมาชิกพรรคมีจุดยืน หลายคนอยู่กับเราตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ยังผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ จึงเชื่อว่า คนที่เป็นเลือดแท้จะยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคต่อไป แน่นอนว่าพรรคอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนจุดอ่อน ข้อบกพร่องที่เราเห็นอยู่ และยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนที่เป็นรัฐมนตรีมีโอกาสเข้าไปดูแลช่วยในพรรคน้อย เข้าไปในวันประชุมพรรค แต่บางทีก็ไม่ได้เข้า เพราะภารกิจของพวกเราเข้ามาในช่วงที่ประเทศมีวิกฤติ ซึ่งก็จะกลับเข้าไปในพรรค
เมื่อถามว่า มั่นใจว่า สส. ของพรรคร้อยกว่าคนจะอยู่กับพรรคถึงวันเลือกตั้งหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจ ตนเชื่อมั่นว่า คนส่วนใหญ่ของพรรคยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ส่วนจะมีอย่างอื่นไป ถือเป็นเอกสิทธิ์ เป็นการตัดสินใจของแต่ละท่าน ตนเชื่อว่าในช่วงนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะผู้นำพรรค และแกนนำก็ยังยืนหยัดอยู่กับพรรค
เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยขอดึงคำร้องกลับเพื่อแก้ไขเรื่องรายชื่อและเนื้อหาใหม่ หลัง สส. เข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พ้นสมาชิกภาพ สส. จากการทำข้อตกลง MOA ซึ่งจะเข้าข่ายครอบงำการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ว่า เข้าใจว่าเอามาดูในรายละเอียดที่ยังไม่เรียบร้อย ไม่ได้หมายถึงว่าจะถอนหรือไม่ถอน ซึ่งเท่าที่ตนทราบ เป็นการนำมาดูข้อระเบียบต่างๆ และความเหมาะสม
เมื่อถามว่า จะมีการนำยื่นเข้าไปใหม่อีกหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวเข้าไปพรรคก็ค่อยถาม เพราะเป็นเรื่องของพรรค ตอนนี้ตนยังไม่ค่อยรู้ เพราะไม่ค่อยได้เข้าไป
เมื่อถามว่า ขณะนี้เป็นฝ่ายค้าน จะติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างไร แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 4 เดือน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเต็มที่และเข้มแข็ง ที่ได้ประกาศจุดยืนไปแล้วว่าเราเคารพกติกาประชาธิปไตย เมื่อเราเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่บริหารประเทศให้ดีที่สุด เมื่อเป็นฝ่ายค้านเราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมศักดิ์ศรี ในการตรวจสอบปัญหาต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องให้อยู่ในกระบวนการที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่า กรณีคดีข้อพิพาทเขากระโดง และฮั้ว สว. จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เขากระโดงและฮั้ว สว. ตนอยากทำความเข้าใจว่า มันไม่ใช่เรื่องความแค้น หรือความไม่พอใจกันในส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติ ซึ่งเขากระโดงเป็นเรื่องของการเอาที่ดินที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ออกกฤษฎีกาคุ้มครอง เพราะฉะนั้นเป็นของหลวงตั้งแต่ต้น ไม่อาจเปลี่ยนไปเป็นของคนอื่นได้ ก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องทำ และตนมั่นใจว่า ประชาชนคนไทยจะคอยจับตามองอยู่ ตนคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรที่สามารถไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ ถ้ามีก็จะอยู่ในสายตาของประชาชน แล้วอยู่ในสายตาของ สส. ทุกคนว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้หายไปโดยที่ดินของพระเจ้าอยู่หัว ที่ดินของรัฐ ถูกเบียดบังไป ตนไม่เชื่อว่า ประชาชนจะยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ขนาดกรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี ก็ยังไปไม่รอด ซึ่งก็มีรายละเอียดที่คล้ายกัน ส่วนเรื่องฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่อกระบวนการและสถาบันของประเทศอย่างรุนแรง จากนี้ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการเอาผิด ก็จะถูกทำให้เลอะเลือน และทำให้เสียหายกับประเทศได้ ซึ่งควรต้องทำ
เมื่อถามย้ำว่า 2 เรื่องนี้คือจุดตายของรัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่ที่ต้องระวัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำลายสถาบันศาล สถาบันยุติธรรม ทำลายประเทศ อย่างไรก็ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ว่าเป็นจุดตายหรือไม่ใช่จุดตาย ถ้าเขาทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ก็ไม่ตายหรอก แต่หากเอาที่คืนหลวงไม่ได้ ทำให้เรื่องฮั้ว สว. หายไป ก็เป็นจุดตายอยู่ที่เขาเลือก
เมื่อถามว่า พรรคที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ควรจะนั่งดูกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ 2 เรื่องนี้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่วิจารณ์
เมื่อถามต่อว่า เห็นโฉม ครม. คร่าวๆ แล้ว มองอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่วิจารณ์ครับ เป็นสิทธิของนายกฯ ที่จะต้องตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง และรับผิดชอบในสิ่งที่เลือก เพราะนายกฯ ก็ต้องรับผิดชอบในการเลือกสรรบุคคลมาทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอยู่แล้ว



