พระสมุห์สมชาย ชวนปญฺโญ เลขานุการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดนายโรง กล่าวว่า ได้ร่วมสนองงานโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ธรรมนาวา “วัง” ร่วมกับคณาจารย์และพระนิสิต หลักสูตรประกาศนียบัตรวิปัสสนาภาวนา (ป.วน.) วิทยาลัยสงฆ์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ซึ่งดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว โดยยึดเอาหลักวิปัสสนาภาวนาที่มีข้อเท็จจริงอ้างอิงจากพระไตรปิฎก มาเป็นแกนกลางหลัก แล้วนำมาบูรณาการเข้ากับหลักจิตวิทยาร่วมสมัย เพื่อให้เท่าทันต่อพฤติกรรมของคนในยุคนี้ จนสามารถใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ หรือ Safe Zone ที่ใจได้อย่างยั่งยืน โดยยังคงร่วมใจกันเดินหน้าสนองงานโครงการพระราชดำริอย่างต่อเนื่องใน 5 จังหวัดหลัก ได้แก่ น่าน, ลำปาง, ลำพูน, เชียงใหม่ และสุรินทร์ โดยเน้นการทำงานในลักษณะเชิงรุก เป็น “ศูนย์วิปัสสนาสร้าง Safe Zone ที่ใจเคลื่อนที่” เพื่อเยียวยาจิตใจและสร้างภูมิคุ้มกันทางสติปัญญาให้แก่เยาวชนและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืนสืบไป
พระสมุห์สมชาย กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมายังได้ตั้งกลุ่มพระวิทยากรกลุ่มธรรมะอินฟินิตี้ วัดนายโรง เพื่อจัดอบรมขัดเกลาจิตใจแก่กลุ่มเยาวชนคุมประพฤติ เน้นการนำหลักจิตวิทยาเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนากลไกภายในจิตใจของเยาวชนให้มีความเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสร้างอาชีพเพื่อให้มีความพร้อมที่จะกลับออกไปเป็นคนดีของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การเรียนรู้ผ่านบทเพลงธรรมะ” ร่วมสมัย เช่น เพลงเลิกกั๊กความโกรธ, เพลงแสงแห่งรัตนตรัย และเพลงสายกลางแห่งการตื่นรู้ (ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ซึ่งได้รับกระแสตอบรับและสร้างความตื่นรู้ให้แก่เยาวชนลูกนายโรงเป็นอย่างมาก
พระสมุห์สมชาย กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังได้รับความเมตตาจาก พระราชวัชราทร หรือ “เจ้าคุณโชคดี” เจ้าอาวาสวัดไก่เตี้ย ให้ช่วยทำงานด้านการเผยแผ่ และปฏิบัติธรรม เพื่อให้ชุมชน ได้รู้ภูมิธรรม ตามหลักพระไตรปิฎก และมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน 4 โดยท่านยังได้ตั้งตนเป็นฐานานุกรมที่ “พระสมุห์” เมื่อครั้งที่ท่านดำรงสมณศักดิ์ที่ พระปริยัติวัชราทร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานด้วย โดยได้มีพิธีประกาศตราตั้งฐานานุกรม เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดไก่เตี้ย



