เป็นอีกข่าวที่สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังเมื่อค่ำวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา “มิกา ซาโล” (Mika Salo) อดีตนักขับรถ Formula 1 ชื่อดังชาวฟินแลนด์ วัย 59 ปี ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ใช้ของมีคมกรีดเข้าที่น่องจนได้รับบาดเจ็บ เย็บถึง 28 เข็ม ขณะกำลังข้ามทางม้าลายใกล้โรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ ระหว่างเดินทางมาพักผ่อนกับครอบครัว

แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะสร้างความตกใจให้กับแฟนๆ ทั่วโลก และกลายเป็นประเด็นความปลอดภัยทางสังคมที่ต้องเฝ้าระวังและต้องตามติดอย่างต่อเนื่อง ทว่าในมุมของวงการมอเตอร์สปอร์ต ชื่อของ “มิกา ซาโล” คือหนึ่งในยอดนักขับระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ชีวิตและผลงานการแข่งขันที่น่าทึ่งจนยากจะลืมเลือน

จุดเริ่มต้นของสุภาพบุรุษนักซิ่ง

มิกา ซาโล เกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 1966 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของยอดนักขับรถแข่งระดับพระกาฬของโลก ด้วยพรสวรรค์และความหลงใหลในความเร็ว ซาโลผลักดันตัวเองเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างมุ่งมั่น จนสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพนักแข่งรถ นั่นคือการได้โลดแล่นในศึก ฟอร์มูลาวัน (Formula 1) ระหว่างปี 1994 ถึง 2002

ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษใน F1 ซาโลได้รับการยอมรับว่าเป็นนักขับที่มีความเก๋าเกม ฝีมือฉกาจ และสามารถปรับตัวเข้ากับรถแข่งได้อย่างรวดเร็ว โดยเขาเคยลงแข่งขันภายใต้สังกัดทีมชั้นนำระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
-Lotus (ทีมผู้สร้างระดับตำนาน)
-Tyrrell
-Arrows
-BAR (British American Racing)
-Sauber
-Toyota (ทีมยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่เขาช่วยบุกเบิกในยุคแรก)

1999 ปีทองแห่งความทรงจำ

หากจะพูดถึงจุดสูงสุดและช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในอาชีพของ “มิกา ซาโล” คงต้องย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1999 ในปีนั้น เกิดเหตุการณ์ช็อกโลกเมื่อ “ไคเซอร์” ไมเคิล ชูมัคเกอร์ (Michael Schumacher) ยอดนักขับแชมป์โลกชาวเยอรมันของทีม Ferrari (เฟอร์รารี) ประสบอุบัติเหตุขาหักที่สนามซิลเวอร์สโตน จนไม่สามารถลงแข่งขันต่อได้ในฤดูกาลนั้น

ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลในการหาตัวแทนมารับหน้าที่แทนนักขับหมายเลขหนึ่งของโลก Ferrari ได้ตัดสินใจเลือก มิกา ซาโล เข้ามารับบทบาทสุดท้าทายนี้ภายใต้สีเสื้อของทีม “ม้าลำพอง”

ซาโลตอบแทนความไว้วางใจของทีมระดับตำนานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาระเบิดฟอร์มขับเคี่ยวกับนักขับแถวหน้าของโลกอย่างสูสีจนสามารถคว้าโพเดียมได้ถึง 2 ครั้ง และที่สำคัญที่สุด ผลงานการขับอันสม่ำเสมอและสปิริตทีมเวิร์กอันยอดเยี่ยมของเขา มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ Ferrari ผงาดคว้าแชมป์โลกประเภททีมผู้ผลิต (Constructors’ Championship) ในปี 1999 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ที่จารึกชื่อของเขาไว้ในประวัติศาสตร์ของทีมสีแดงแห่งมาราเนลโลตลอดกาล

ราชาแห่งความอึด

หลังจากอำลาวงการฟอร์มูลาวันไปในปี 2002 มิกา ซาโล ยังไม่หยุดยั้งความท้าทายใหม่ๆ เขายังคงเดินหน้าสร้างตำนานในฐานะ “ยอดนักขับรถเอนดูรานซ์” (การแข่งรถทางไกลที่เน้นความอึดและสมรรถภาพของร่างกาย)

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในยุคหลัง F1 ของเขา
-แชมป์การแข่งขัน 24 Hours of Le Mans (เลอม็อง 24 ชั่วโมง) การแข่งขันที่โหดหินและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดยซาโลสามารถคว้าชัยชนะในคลาส GT2 ได้ถึง 2 สมัยซ้อน ในปี 2008 และ 2009
-แชมป์รายการ Bathurst 12 Hour คว้าชัยชนะในการแข่งขันสุดโหดที่ประเทศออสเตรเลียได้ในปี 2014

กระบอกเสียงวงการความเร็ว

ปัจจุบันในวัย 59 ปี แม้จะไม่ได้ลงแข่งเต็มตัวเหมือนในอดีต แต่ซาโลยังคงอุทิศเวลาและความเชี่ยวชาญให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยเขาผันตัวมาทำงานสื่อสารมวลชน ทั้งการเป็นผู้บรรยายการแข่งขันฟอร์มูลาวัน ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MTV3 ของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งถ่ายทอดสดความมันส่งตรงถึงแฟนๆ ที่บ้านเกิด และยังเป็นพิธีกรดำเนินรายการยานยนต์ยอดฮิต รายการ “Test Drive by Mika Salo” ที่นำเสนอการทดสอบรถยนต์และเรื่องราวในโลกความเร็วอย่างเจาะลึก

มุมมองต่อกรุงเทพฯ

แม้ทริปพักผ่อนที่กรุงเทพฯ ของเขาจะต้องจบลงด้วยความยากลำบากจากการถูกทำร้ายร่างกายกลางกรุงเทพฯ แต่ “มิกา ซาโล” ยังมองเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยความเข้าใจโลก โดยระบุว่ามันเป็นเพียงพฤติกรรมของ “กลุ่มคนโง่เขลา” (stupid people) ที่สามารถพบเจอได้ในเมืองใหญ่ทุกแห่งทั่วโลก ไม่ใช่สิ่งที่จะมาตัดสินภาพรวมทั้งหมด และเขายังตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายเลือกที่จะมุ่งเป้าไปที่ส่วนล่างของร่างกายอย่างบริเวณขาเท่านั้น หากต้องการปองร้ายถึงชีวิตคงมุ่งเป้าไปที่ส่วนบนไปแล้ว

แต่สิ่งที่น่ากังวลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การที่คนดังระดับโลกตกเป็นเหยื่อ แต่คือข้อมูลจากพยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ระบุว่า ในคืนเดียวกันนั้น มีผู้ป่วยอีกหลายรายถูกส่งตัวมารักษาด้วยบาดแผลลักษณะ “ถูกกรีด” คล้ายคลึงกันในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่อเพื่อหวังผลบางประการ เช่น การกรรโชกทรัพย์ โดยเบื้องต้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจ สน.ลุมพินี เร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ที่ขึ้น

..นี่คือบทเรียนราคาแพงในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะของเมืองหลวงประเทศไทยอย่าง “กรุงเทพฯ” ที่หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องเร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้ไปทำลายความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ อีกในอนาคต จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ!..