วันที่ 22 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และ พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจับกุมตัวนายณัฐวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาว ต.โคกยาง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางรถยนต์ MG4 ELECTRIC สีเทา ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียน 4 ขร 9868 กรุงเทพมหานคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

นอกจากนี้ ยังพบแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี ทะเบียนหมายเลข 4 ขร 9868 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แผ่น ติดอยู่บริเวณด้านหน้าทางซ้ายภายในรถยนต์ของกลาง และแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 5 ขด 1636 กรุงเทพมหานคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จำนวน 2 แผ่น ซึ่งพบอยู่บริเวณที่เก็บของด้านท้ายรถ รวมถึงแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีของรถทะเบียนหมายเลข 5 ขด 1636 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 แผ่น พบอยู่ในช่องเก็บของด้านหน้ารถทางซ้าย

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณถนนสาย 24 แยกไฟแดงสระขุด ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 น.ส.พรพรรณ (สงวนนามสกุล) ชาว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังรถยนต์เก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อ MG สีเทา ทะเบียน 4 ขร 9868 กรุงเทพมหานคร ของตนเอง ถูกนำไปสวมทะเบียน โดยรถคันดังกล่าวถูกตรวจพบว่าฝ่าฝืนกฎหมายจราจรและได้รับใบสั่งหลายใบในพื้นที่ตำรวจทางหลวงอีสานใต้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นมา

ทั้งที่เจ้าของรถยืนยันว่า รถของตนไม่เคยเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเครียดและความกังวลให้กับเจ้าของรถเป็นอย่างมาก

ต่อมาเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 น.ส.พรพรรณ ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนที่ตำรวจจะแนะนำให้ประสานตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ออกใบสั่งดังกล่าว

กระทั่งช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 น.ส.พรพรรณ ได้โทรศัพท์สอบถามตำรวจทางหลวงนครราชสีมา พร้อมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ของตน และยืนยันว่าไม่เคยขับรถเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยตำรวจทางหลวงแจ้งว่าจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และติดตามจับกุมรถคันที่นำทะเบียนไปสวมให้ได้ ซึ่งเจ้าของรถยอมรับว่าในเวลานั้นคิดว่าอาจเป็นเรื่องยากที่จะติดตามตัวผู้กระทำผิดได้

ด้าน พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จึงสั่งการและกำชับหัวหน้าสถานีตำรวจทางหลวงในสังกัดกองกำกับการ 6 ทั้ง 6 สถานี ให้เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมรถสวมทะเบียน ตามแนวทางการปฏิบัติของศูนย์ตรวจสอบรถสวมทะเบียนของกองกำกับการ 6 ที่ได้มอบนโยบายไว้

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 13.40 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากการสืบสวนว่า รถเป้าหมายที่สวมทะเบียนกำลังเดินทางออกจาก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านพื้นที่ อ.นางรอง และ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์

พ.ต.ท.กฤตภาส สครรัมย์ สว.สถานีตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ จึงวางแผนติดตามจับกุม กระทั่งรถยนต์เก๋งคันเป้าหมายขับมาถึงบริเวณแยกไฟแดงสระขุด ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้

จากการสอบถาม นายณัฐวัตรให้การว่า ตนเองประกอบอาชีพรับเหมาเดินสายไฟฟ้า แต่ประสบปัญหาทางการเงิน ไม่มีเงินชำระค่างวดรถยนต์ และเกรงว่าจะถูกบริษัทไฟแนนซ์ติดตามยึดรถ จึงตัดสินใจสั่งซื้อป้ายทะเบียนปลอมทางออนไลน์มาสวมแทนป้ายทะเบียนจริง เพื่อใช้เดินทางไปทำงานและหลบเลี่ยงการติดตามของไฟแนนซ์

โดยไม่คาดคิดว่าเลขทะเบียนดังกล่าวจะตรงกับทะเบียนรถที่มีผู้ใช้งานจริงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จนทำให้เจ้าของรถตัวจริงได้รับความเดือดร้อนและถูกใบสั่งจราจรจากการกระทำของรถอีกคัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลาง พร้อมแจ้งข้อหา ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองกี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.