เมื่อวันที 9 ก.ย. สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า ทางกรมชลประทาน จึงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในวันที่ 9 กันยายน 2568 โดยเริ่มทยอยจากอัตรา 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นอัตรา 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,071 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.46 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.02 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งประมาณ 2.32 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยา มีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ซึ่งจากการระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน ดังนั้น ทางกรมชลประทานจะทำการควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด



