เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล รอง ผบก.สอท. พ.ต.ท.ศิริพล จรรยา สว.กก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.วัธนดิศ ธนกุลนันท์ สว.กชช.ทว. พ.ต.ต.อรรถพล พาณิชย์จิระสกุล สว.ฝทว.6 ทว. ปฏิบัติหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจวิเคราะห์ฯ (ศปอส.ตร.) ร.ต.ท.นราวิชญ์ ใจตรง รอง สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2
นำกำลังตำรวจไซเบอร์และตำรวจชุดปฏิบัติการสืบสวนตรวจวิเคราะห์ฯ (ศปอส.ตร.) พร้อมหมายค้นศาลอาญา ที่ 738/2568 ค้นบ้านพักในซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เข้าจับกุม นายวิทวัฒน์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5247/2568 พร้อมตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง เราเตอร์พร้อมอุปกรณ์ 1 ชุด และตลับพลาสติกใส่กระดาษบอกยอดรางวัลจำนวนหนึ่ง
สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์และตำรวจชุด ศปอส.ตร. ตรวจพบเฟซบุ๊กชื่อ “บ้านลุ้นมหัศจรรย์” กำลังไลฟ์สด “จับไข่ลุ้นโชค” มีการชักชวนให้ประชาชนทั่วไปให้เข้ามาเล่นการพนัน โดยจะวางแก้วน้ำไว้ 4 ใบ กำหนดเป็นตำแหน่ง A , B, C และ D ซึ่งบนแก้วแต่ละใบ จะวางตลับใส่กระดาษระบุยอดเงินรางวัลไว้ 2 ตลับ อาทิ 40,000 บาท 20,000 บาท หรือ 5,000 บาท ส่วนอีก 2 ตลับ จะเป็นกระดาษเปล่า ไม่มียอดเงินรางวัล ซึ่งผู้เล่นที่ทายถูก จะได้รับเงินตามจำนวนที่ระบุไว้
โดยมีกติกาให้ผู้เล่นสามารถลุ้นรางวัล เลือกได้คนละไม่เกิน 2 แก้ว ในราคาแก้วละ 500 บาท ให้ผู้ที่สนใจลุ้นโชคให้ทักข้อความผ่านทางเพจ ที่มีการปักหมุดไว้ให้หน้าเพจ จะมีแอดมินคอยตอบคำถามและบอกวิธีการเล่นและกติกาในการเข้าเล่นอย่างละเอียด โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมเล่นจะต้องโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
ต่อมาจึงทำการสืบสวนจนทราบว่านายวิทวัฒน์ ร่วมกับพวกอีก 4 คน เปิดให้มีการไลฟ์สดเล่นพนัน จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวนนายวิทวัฒน์ ให้การยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นลูกจ้างในการไลฟ์สด “จับไข่ลุ้นโชค” ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท เห็นว่าเจ้าของมีรายได้ดี จึงแยกตัวออกมาเปิดเพจทำเองได้ประมาณ 9 เดือน ในแต่ละเดือนมีกำไรเฉลี่ยเดือนละ 300,000 บาท จนมาถูกจับกุม
โดยตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ร่วมกันเข้าเล่นหรือร่วมกันเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมทบกันและร่วมกันฟอกเงิน”



