สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่าศาลฎีกาสหรัฐซึ่งฝ่ายอนุรักษนิยมครองเสียงข้างมาก ประกาศคำตัดสินนี้ ในคำสั่งที่ไม่ได้ลงนาม และไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ แม้ตุลาการฝ่ายเสรีนิยม 3 คนจะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ดี คดีดังกล่าวยังคงอยู่ในศาลชั้นต้น และอาจถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาลสูงสุดอีกครั้ง

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังศาลชั้นต้นระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องมีเหตุผลเฉพาะในการจับกุมบุคคล นอกเหนือไปจากการพูดภาษาสเปน หรือการรวมตัวกันในสถานที่ที่ผู้คนนิยมหางานชั่วคราว พร้อมทั้งออกคำสั่งห้ามการกระทำเหล่านั้น

ด้านนายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ออกมาประณามคำตัดสิน โดยกล่าวว่า เป็นความพยายามโดยเจตนาที่จะทำร้ายรัฐ และประชาชนที่หลากหลาย

เขากล่าวว่า นี่ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง แต่เป็นการกำหนดเป้าหมายไปที่ชาวละติน พร้อมเตือนว่า กองกำลังตำรวจเอกชนของทรัมป์ได้รับ “ไฟเขียว” ให้มาจัดการกับครอบครัวของคุณ และทุกคนตกเป็นเป้าหมาย

ด้านนางคาเรน แบสส์ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส อธิบายว่า คำตัดสินนี้เป็น “การโจมตี” เสรีภาพพลเมือง ขณะที่หลักนิติธรรมที่เคยมีความหมายกับประชาชนและศาลฎีกา กลับบ่อนทำลายสิทธิของผู้คนนับล้าน ด้วยการขีดฆ่าเพียงครั้งเดียว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES