เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล  น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหานมกล่องค้างสต๊อก และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เนื่องจาก ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยจำกัด 15 แห่งทั่วประเทศ มีปัญหาน้ำนมดิบล้น และไม่สามารถระบายผลผลิตน้ำนมดิบส่วนเกินออกได้ทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและองค์กรเกษตรกรเป็นวงกว้าง จึงจำเป็นต้องแปรรูปน้ำนมดิบเป็นนมกล่องยูเอชที ก็จะทำให้มีสต๊อกนมกล่องคงค้าง 113,870,387 กล่อง ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 800 ล้านบาท

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวอีกว่า  ครม.จึงมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในวงเงิน 800 ล้านบาท ให้กับ 2 หน่วยงาน คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับ 500 ล้านบาท และให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 300 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อใช้ในการจัดซื้อนมกล่องค้างสต๊อกตามปริมาณจำนวนนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ดื่มนมตามโครงการนมโรงเรียนต่อไป และเพื่อบรรเทาลดความเสียหายจากการทิ้งน้ำนมดิบที่ล้น นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เป็นเจ้าภาพดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง