สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย…ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “ซุปเปอร์ริช 1965 (สีส้ม)” ร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่ตั้งเด่นอยู่ย่านประตูน้ำฝั่งตรงข้ามกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่ในอดีตเนืองแน่นไปด้วยคนไทยและชาวต่างชาติจนบางครั้งเข้าคิวยาวเหยียดล้นออกมานอกร้าน จนปัจจุบันได้ขยายสาขาออกไปได้ 48-50 สาขา ทั้งให้ศูนย์การค้า รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

“ปิยะ ตันติเวชยานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด หรือ ซุปเปอร์ริช 1965 (สีส้ม) ผู้บริหารรุ่นที่ 2 เล่าว่า ปีนี้ “ซุปเปอร์ริช 1965 (สีส้ม)” ครบรอบ 60 ปี ของการเปิดให้บริการด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนอกระบบธนาคาร ที่เริ่มต้นจากร้านแลกเงินเล็ก ๆ ของครอบครัว ในนาม ‘จิตวานิช’ ต่อมา คุณพ่อวิบูลย์และคุณแม่พจมาลย์ ตันติเวชยานนท์ ได้เปลี่ยนชื่อกิจการเป็น “SuperRich” ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นออริจินัลแบรนด์แห่งแรกในประเทศไทย
เมื่อเข้าสู่ยุคการบริหารของรุ่นที่ 2 ในปี พ.ศ. 2540 บริษัทฯ ได้ยกระดับบริการ พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทั้งการประกาศอัตราแลกเปลี่ยนบนเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ และการขยายสาขาในทำเลที่เข้าถึงง่ายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ร้านสะดวกซื้อทางการเงิน” เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย โดยเจาะทำเลสำคัญอย่างสถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า และจุดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
ต่อมาในช่วงวิกฤตโควิด-19 (ปลายปี 2562 – 2564) ธุรกิจได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่หยุดชะงัก ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการคงสาขาที่มีศักยภาพและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปสู่สังคมไร้เงินสด
บริษัทฯ จึงลงทุนจัดตั้ง “บริษัท ซุปเปอร์ริช ดิจิทัล จำกัด” ขึ้นเพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาพัฒนาโซลูซัน Electronic Payment รองรับบริการ e-Wallet กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ Digital Transformation ผสานกลยุทธ์ Omnichannel เชื่อมบริการช่องทางออนไลน์และออฟไลน์หน้าสาขา ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก และปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในยุคสังคมไร้เงินสด

“ณัชชา ปุณณพัฒน์” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด ผู้บริหารรุ่นที่ 3 เล่าต่อว่า การก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่นี้ บริษัทมุ่งกลยุทธ์การตลาดเพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยและเข้าถึงลูกค้าทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยการเปิดบริการ ซุปเปอร์ริช ทัวร์ริสต์ อี-วอลเลต กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ช่วงไตรมาส4 ปีนี้
บริการ “ซุปเปอร์ริช ทัวร์ริสต์ อี-วอลเลต” เป็นบริการสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทย สามารถสแกนชำระเงินผ่านคิวอาร์พร้อมเพย์ได้เหมือนกับคนไทย และบัตรเครดิตวีซ่า ให้ใช้งานได้ทันทีรวมถึงบริการโอนเงินระหว่างประเทศและชำระเงินข้ามประเทศผ่านคิวอาร์โค้ด ช่วยลดความเสี่ยงจากการพกพาเงินสดและสร้างความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว และได้เปิดตัวมาสคอต “น้องซุปเปอร์” เพื่อนร่วมทาง ซึ่งสะท้อนบุคลิกสนุกสนาน เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย พร้อมทำหน้าที่เชื่อมต่อซุปเปอร์ริช 1965 กับลูกค้าในทุกการเดินทาง
“จากพฤติกรรมคนทั่วโลกพกพาเงินสดน้อยลง ทำให้พบว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเฉลี่ยคนละ 20,000 บาท ต่อการแลกเงินเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่มีการแลกเงินเฉลี่ยคนละ 100,000 บาท ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการดิสรัปชั่นของการใช้ดิจิทัล และบัตรเครดิตที่รูดจ่ายได้สะดวกสบาย ส่งผลให้บริษัทต้องยกระดับการบริการให้ทันกับความต้องการมากยิ่งขึ้น“

นอกจากนี้ได้วางแผนร่วมกับ บิทคับ เพื่อเชื่อมต่อการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับ อี-วอลเลต ตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด และยังดำเนินงานตามมาตรการด้านกฎหมายอย่างเคร่งครัดทั้งการปฎิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินภายใต้การตรวจสอบจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องจากธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อยืนยันถึงความโปร่งใสและปลอดภัยแก่ลูกค้า
จากแผนงานดังกล่าวบริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 2 จากนี้มีมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินเติบโตขึ้น 20% อยู่ที่100,000 ล้านบาท จากปี68 นี้คาดว่าอยู่ที่ 98,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมึลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการปีละ 2.4 ล้านราย ใน 48-50 สาขา แบ่งเป็น ต่างชาติ 50% คยไทย 48% และอีก 2% มาจากการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยสกุลเงินยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ ดอลลาร์ ,ยูโร ,เยน ,ดอลลาร์ฮ่องกง และดอลลาร์ไต้หวัน



