สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า การประท้วงและจลาจลรุนแรงในเนปาลเริ่มเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นำโดยกลุ่มคนหนุ่มสาวที่เรียกตัวเองว่า “เจนซี” ไม่พอใจการที่รัฐบาลสั่งแบนโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่า บริษัทเหล่านี้ไม่ลงทะเบียนและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ และการประท้วงขยายวงกว้างกลายเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในหมู่ชนชั้นนำทางการเมือง

ทั้งนี้ การประท้วงรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนในกรุงกาฐมาณฑุ พยายามบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุม ตามรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน
Nepal’s parliament ENGULFED in flames — built in 1903 as the PM’s residence
— RT (@RT_com) September 9, 2025
Protesters broke into the building, looted it, and set it on fire
Singha Durbar (Lion’s Palace) is the largest palace in Asia pic.twitter.com/liBH5sG99e
แม้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งแบนโซเชียลมีเดียและประกาศเคอร์ฟิว และนายปราสาท ชาร์มา โอลี ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ผู้ประท้วงยังคงรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง บุกเข้าเผาอาคารรัฐสภา และทำเนียบประธานาธิบดี รวมถึงบ้านพักของนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองอีกหลายคน


มีรายงานด้วยว่า นางราชยลักษมี จิตรกร ภรรยาของ นายจาลา จาลานาถ คานาล อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล เป็นหนึ่งในเหยื่อของความรุนแรง โดยผู้ประท้วงขังเธอไว้ในบ้านพักที่กรุงกาฐมาณฑุ แล้วจุดไฟเผา ส่งผลให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้หน่วยกู้ภัยนำตัวเธอออกจากที่เกิดเหตุได้ แต่เธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

นอกจากนี้ นายบิษณุ ปราสาท โปเดล รมว.การคลัง ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมไล่ตามและทำร้ายบนท้องถนน ด้วยการขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
ต่อมา พล.อ.อโศก ราช ซิกเดล ประธานคณะเสนาธิการทหารเนปาล ประกาศการใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจา หลังจากนั้น ทหารและตำรวจในเครื่องแบบพร้อมอาวุธครบมือ เริ่มประจำการและออกลาดตระเวนตามท้องถนนหลายสายในกรุงกาฐมาณฑุ และท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวัน.
เครดิตภาพ : AFP



