“อธิป ตันติวรวงศ์” ย้ำว่า ถ้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อยากจะเขียวตั้งแต่วันแรกเลย ต้นทุนจะแพงแน่นอน เช่น ต้องการพลังงานสะอาด 100% ต้องติดโซลาร์เซลล์ ติดตั้งแบตเตอรี่ที่ใหญ่มากเกินกว่าความจำเป็น ดังนั้นจะแพง ถ้าเราค่อย ๆ เขียวโดยติดโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ตอนกลางวันให้เพียงพอและประหยัดไฟฟ้าก่อน ซึ่งถ้าวางแผนให้ถูกต้อง มีกรีนโรดแม็ปที่เหมาะสมจะสามารถทำให้เขาแข่งขันได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว”

แนะเขียวแล้วดีลดต้นทุนเพิ่มรายได้
ทั้งนี้ ถ้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องการปรับธุรกิจให้เป็นพลังงานสะอาด ให้เป็นสีเขียวมากขึ้น ตามทิศทางโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง สามารถเข้ามาปรึกษาที่อินโนพาวเวอร์ได้ เรามีเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเห็นว่า ถ้าเปลี่ยนแล้วดีขึ้น ลดต้นทุนมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรบ้าง ก่อนการตัดสินใจปรับเปลี่ยน โดยในปัจจุบันหากผู้ประกอบการไม่มีงบลงทุนเพียงพอ ทางอินโนพาวเวอร์ได้จัดสรรงบไว้ 300 ล้านบาทในปี 68 เพื่อช่วยเอสเอ็มอี ลงทุนด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งสามารถแบ่งปันผลประโยชน์กัน หรือ แบ่งปันผลประหยัดพลังงานได้
อย่างไรก็ตามปัจจุบันอินโนพาวเวอร์มีลูกค้าเอสเอ็มอีประมาณ 150 ราย สิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 200 ราย ลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมองว่าธุรกิจที่น่าสนใจ เข้าไปช่วยเหลือ คือ ธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร โรงแรม เนื่องจากไทยมีจุดเด่นด้านบริการท่องเที่ยว ขณะที่ต่างประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บริการโรงแรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกก่อน ถ้าธุรกิจเราเขียว จะเป็นแต้มต่อให้กับธุรกิจเราให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการได้ ยิ่งหากผู้ประกอบการสามารถปรับธุรกิจอย่างเหมาะสมจะช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้มากขึ้น

เจาะโลจิสติกส์ปล่อยพลังสะอาดขึ้น
2 ปีที่ผ่านมา อินโนพาวเวอร์เป็นบริษัทอันดับ 1 ของประเทศในด้านการให้บริการใบรับรองการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (เรค) อย่างไรก็ตามอินโนพาวเวอร์พยายามเจาะตลาดไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย ปัจจุบันเปิดตัวไปแล้วกับธนาคารกสิกรไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยได้ทำให้กลุ่มลูกค้าธนาคารกสิกรไทย มีใบเรคจากการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา และอินโนพาวเวอร์ไปซื้อและขายต่อให้พันธมิตรของลูกค้าต่อไป
อีกอุตสาหกรรมที่อินโนพาวเวอร์กำลังศึกษาอย่างจริงจัง คือ เรื่องการขนส่งโลจิสติกส์ เนื่องจากเห็นหลายบริษัทมีปัญหาเรื่อง
โลจิสติกส์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก ดังนั้นอินโนพาวเวอร์จะเข้าไปให้บริการคำแนะนำด้านการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาช่วย กฟผ. ประหยัดได้ 6-7 แสนกว่าบาทใน 1 ปี และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มาก ซึ่งกฟผ.ก็อยากเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคตอันใกล้นี้

ช่วยรายย่อยแล้วเทียบปลูกต้นไม้100ล้านต้น
“ปี 68 นี้ จะลงลึกให้ถึงเอสเอ็มอี และรายย่อยมากขึ้น จากที่ได้ดำเนินการมาสามารถช่วยผู้ประกอบการลดได้ 2.5 ล้านตันเทียบเท่าคาร์บอน หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้กว่า 100 ล้านต้น และจะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจกรีนในสภาพเศรษฐกิจถดถอยก็ยังสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้ 2 ปีที่ผ่านมา อินโนพาวเวอร์เติบโตได้ 1,000% หรือ 10 เท่า คาดว่าปี 68 จะสร้างรายได้ 400 ล้านบาท หรือเติบโตได้ 40% แม้เศรษฐกิจไทยจะโตเพียงแค่ 2% เนื่องจากประสิทธิภาพในการทำแต่ละโปรเจกต์ดีขึ้น”
อีกโอกาสสำคัญของเอสเอ็มอี ขณะนี้สหรัฐขึ้นกำแพงภาษีกับจีน ทำให้จีนไม่สามารถส่งออกเครื่องมือต่าง ๆ ไปสหรัฐได้ โดยเฉพาะเครื่องมือด้านพลังงานสะอาด จนสินค้าล้นตลาด ดังนั้นจีนจึงต้องมองหาตลาดอื่นแทน ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่รองรับสินค้าจีนได้ และทิศทางราคาพลังงานสะอาดก็ถูกลงเรื่อย ๆ ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์มีต้นทุนเหลือแค่ 10 เซนต่อวัตต์ หรือประมาณ 3 บาทต่อวัตต์ ไม่เคยเห็นราคาที่ถูกเท่านี้มาก่อน ถือเป็นช่วงที่ราคาต่ำและเป็นโอกาสที่จะเร่งพัฒนาพลังงานสะอาดในประเทศไทย และช่วยเอสเอ็มอีไทยได้.



