เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี สืบทราบว่ามีพ่อค้ายาบ้า รายหนึ่งมีพฤติกรรมจำหน่ายยาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นในเขต ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.ท.ปกรณ์ จุ่นเขียว นำกำลังออกสืบสวนหาข้อมูล ก่อนส่งสายลับติดต่อล่อซื้อยาบ้า 2,000 เม็ด โดยนัดหมายให้เอเย่นต์รายดังกล่าวขี่รถจยย.มาส่งมอบกันบริเวณโรงเรียนหนองบอน ต.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี เพราะคิดว่าเป็นพื้นที่ปิดจับกุมได้ง่ายๆ กระทั่งถึงเวลานัดหมายไม่เป็นไปตามแผนเนื่องจากเอเย่นต์ยาบ้า กลับขับรถเก๋งมาแทน และยังขอเปลี่ยนจุดส่งมอบยาบ้า จึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ต่อมาเอเย่นต์ยาบ้าได้ขับรถไปหาที่เปลี่ยว แล้วจอดริมถนน สายลับจึงเดินลงไปเพื่อรับยาบ้าแต่เอเย่นต์เกิดไหวตัวทัน เร่งเครื่องรถหลบหนี จึงไล่ติดตามไปไกลหลายกิโลเมตร ไปเข้าเส้นทางคันคลองชลประทานสายบ้านหนองบอน-บ้านดอนยางโทน หมู่ 1 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี อย่างทุลักทุเลและไล่ติดตามไม่ทัน กระทั่งไปพบรถจอดทิ้งไว้กลางถนนเนื่องจากมีท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านใช้ระบายน้ำท่วมจากพื้นที่เกษตรลงคลอง วางขวางถนนอยู่ทำให้รถขับผ่านไปไม่ได้จึงต้องทิ้งรถวิ่งหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ ทราบชื่อ นายวรจักร หงษ์เวียงจันทร์ อายุ 27 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 2,021 เม็ด เงินล่อซื้อ 19,000 บาท รถเก๋งฮอนด้า และโทรศัพท์มือถือ โดยก่อนเดินทางกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าได้ไหว้ขอบคุณท่อเหล็ก ที่ช่วยเหลือให้จับกุมตัวเอเย่นต์ยาบ้ารายนี้ได้ เพราะหากไม่ขวางทางรถไว้อาจไม่สามารถติดตามจับกุมได้ทัน

สอบสวนเบื้องต้นนายวรจักร ให้การว่า ตกงาน ไม่มีเงินเพราะได้รับผลกระทบโควิด- 19 ไม่คนจ้างหางานไม่ได้ จึงหันมาค้ายาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นในเขต ต.สระแก้ว หาเงินใช้ รายได้ดีจึงทำต่อเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมาถูกล่อซื้อจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป