กรณีหญิงสาวโรงงาน อายุ 30 ปี พาลูกสาววัย 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางตาเถร ให้ดำเนินคดีครูอัตราจ้าง อายุ 48 ปี ฐานกระทำอนาจารลูกสาว โดยหลังก่อเหตุครูยังสั่งเด็กว่าอย่าไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะทำหนักกว่านี้ ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหายสภาพจิตใจย่ำแย่ ยังหวาดกลัว ตอนนี้ไม่กล้าไปโรงเรียนเพราะครูก็ยังพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักครูภายในโรงเรียน ทำให้เด็กหญิงผู้เสียหายไม่กล้าไปเรียนหนังสือตามปกติ ขณะที่ครูผู้ถูกกล่าวหาได้ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำอนาจารเด็กแต่อย่างใด ตามที่ได้มีการเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
แฉ “ครูหื่น” อนาจารศิษย์ ป.4 รร.สั่งพักงานแค่ 3 วัน เด็กผวาจนต้องหยุดเรียน!
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าโรงเรียนดังกล่าว ชาวบ้าน รวมถึงผู้ปกครองจำนวนมากราว 200 คน ได้มารวมกันเพื่อติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางตาเถร เฝ้าติดตามรอดูสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด จากนั้น นายก้องภพ สุนทรีย์เกษม ส.อบต.บางตาเถร นางปราณี เมฆหมอก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.บางตาเถร พร้อมผู้ปกครองนักเรียนอีก 2 คน เป็นตัวแทนชาวบ้าน และผู้ปกครอง เพื่อขอเข้าพบผู้อำนวยการสถานศึกษาดังกล่าว เนื่องจากตามกำหนดการ ทางโรงเรียนจะเปิดชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับผู้ปกครอง และชาวบ้านได้รับทราบ
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ทางโรงเรียนยังนิ่งอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความคืบหน้าก็ไม่มี โดยชาวบ้านระบุว่า ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 และ ผอ.โรงเรียน ต่างมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ ครูหื่น และภรรยาเป็นพิเศษ กลัวเรื่องจะเงียบหายเข้ากลีบเมฆ โดยหลังจากตัวแทนชาวบ้านได้เข้าพบ ผอ.โรงเรียน นานกว่าชั่วโมง ได้ออกมาชี้แจงให้ผู้ปกครอง และชาวบ้าน ทราบว่า ครูอัตราจ้างได้ลาออกแล้ว หลังถูกแจ้งความอนาจารเด็ก ป.4 พร้อมให้ครูย้ายออกจากบ้านพักครูของโรงเรียน ขณะนี้โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ ส่วนทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งจะดำเนินการคู่ขนานกันไป เรื่องคดีความนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจรวบรวมหลักฐาน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง ได้เดินทางมาพบ ผอ.โรงเรียน เพื่อมาติดตามความคืบหน้า โดยมีผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ร่วมอยู่ด้วย แต่ปิดห้องไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปรับฟัง และสังเกตการณ์ หรือถ่ายภาพเสนอทำข่าวแต่อย่างใด
ทางด้าน พ.ต.ท.ชัยยันต์ ทิวาวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.บางตาเถร กล่าวว่า วันนี้ได้สอบสวนพยาน 3 ปาก ได้แก่ ผู้อำนวยการ 1 ปาก และครูพี่เลี้ยง 2 ปาก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่เหยื่อได้พบหน้ากับครูหื่น ก่อนที่พูดจาชักชวนให้เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน ตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้
ผู้ปกครองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในส่วนของครูก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ทาง ผอ.โรงเรียนก็ต้องออกมารับผิดชอบ คงยังนิ่งเฉย สอบถามไปก็ไม่มีคำตอบ และไม่มีคำชี้แจง แต่ที่ทราบมาคือ ครูอัตราจ้าง ซึ่งทาง ผอ.สามารถไล่ออกได้ทันที และครูก็ยังพักอยู่บ้านพักครูภายในโรงเรียนแล้วความปลอดภัยของเด็กจะมีหรือไม่ สั่งลูกหลานไม่ให้ไปเรียน เพราะยังห่วงความปลอดภัย กลัวว่าคุณครูจะเกิดความเครียด และก่อเหตุอะไรขึ้นมาอีก ที่ผ่านมาเห็นครูโพสต์รูปอาวุธปืนลูกโม่ หวั่นเกรงว่าจะก่อเหตุที่ไม่คาดคิด เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางตาเถร ต้องตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน และเด็กนักเรียนภายในโรงเรียน
ส่วนผู้ปกครองสาวรายหนึ่ง เปิดเผยว่า สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้น ปวช.1 วิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ในอำเภอสองพี่น้อง ครูหื่นรายนี้เคยเข้ามาจีบ และหว่านเสน่ห์ให้ แต่ตนไม่เล่นด้วย ครูคนนี้เคยเรียกให้ไปหา แต่ไม่ได้ไปคนเดียว ชวนเพื่อนไปด้วย จึงถามครูว่าเรียกมาทำอะไร ครูตอบว่า “อยากเห็นหน้า” จากนั้นครูก็กระซิบข้างหูพูดว่า ขอหอมแก้มหน่อย ทุกวันนี้ก็ยังค้างคาใจอยู่ กระทั่งมารู้ว่า ครูหื่นรายนี้ ได้มาสอนหนังสือลูกสาวตนอีกที่โรงเรียนแห่งนี้ คิดว่าครูเขาคงไม่ได้ทำอะไร เพราะลูกสาวเป็นเด็กเล็ก พร้อมสั่งสอนลูกอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าครูเรียก หรือให้ทำอะไร ให้ชวนเพื่อนไปด้วย อย่าไปคนเดียว จนในที่สุดครูหื่นก็มาก่อเรื่องอีกจนได้


