สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ (ไอซีอี) ที่ตรวจค้นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ฮุนได-แอลจี ในรัฐจอร์เจีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และกวาดจับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 475 คน ในจำนวนนี้มากกว่า 300 คน เป็นชาวเกาหลีใต้ ว่าเป็นปฏิบัติการที่ “น่าสับสน” และ “สะท้อนความแตกต่างทางวัฒนธรรม”


อีกล่าวว่า ในเกาหลีใต้มีการตรวจพบชาวอเมริกันพำนักเกินระยะเวลาวีซ่าเล็กน้อย “หลายกรณี” ซึ่งในมุมมองของรัฐบาลโซล “ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น”


ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐยังคงกักตัวพลเมืองของเกาหลีใต้ทั้งหมดเอาไว้ แม้รัฐบาลโซลส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรอรับทุกคนกลับแล้ว ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตัน ก่อให้เกิดคำถามกับรัฐบาลโซลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า “การสร้างโรงงานในสหรัฐ คุ้มกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่”

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังกล่าวเป็นเชิงเตือนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น “อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการชาวเกาหลีใต้ ที่จะลงทุนในสหรัฐนับจากนี้ โดยเฉพาะเมื่อประเมินความเป็นไปได้ของการดำเนินงานโดยตรงในอเมริกา


ทั้งนี้ เกาหลีใต้ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของทวีปเอเชีย เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สหรัฐ โดยบริษัทหลายแห่งมีการลงทุนมากขึ้นในระยะนี้ พร้อมทั้งประกาศแผนขยายการลงทุนอีกในอนาคต เพื่อลดแรงเสียดทานจากมาตรการภาษีของรัฐบาลวอชิงตัน.

เครดิตภาพ : AFP