นับเป็นคอนเสิร์ตครั้งประวิตศาสตร์สุดยิ่งใหญที่ไม่เหมือนใครเลย สำหรับคอนเสิร์ต “Grace for the World” ที่จัดขึ้นเพื่อปิดท้ายการประชุม “World Meeting on Human Fraternity” ครั้งที่ 3 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสามัคคีและสันติภาพทั่วโลก ภายใต้การอำนวยการสร้างของ “ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์” (Pharrell Williams) และ “อันเดรอา โบเซลลี” (Andrea Bocelli) ศิลปินระดับตำนาน ซึ่งจะจัดขึ้นที่จตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน และจะเป็นการจัดคอนเสิร์ตสาธารณะครั้งแรกที่จัดขึ้น ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

โดยจัดคอนเสิร์ตในสถานที่อย่างจตุรัสเซนต์ปีเตอร์เป็นเรื่องที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มักจะใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหรือการปราศรัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเท่านั้น การจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดใหม่ๆ ที่เปิดกว้างมากขึ้นของวาติกัน ที่พร้อมจะใช้ศิลปะและดนตรีเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อความด้านบวกสู่ผู้คนทั่วโลก

สำหรับงานนี้ได้รวบรวมศิลปินชั้นนำจากหลากหลายแนวเพลงทั่วโลกมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรี ไม่ว่าจะเป็น “จอห์น เลเจนด์” (John Legend), “เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน” (Jennifer Hudson), “คาโรล จี” (Karol G), “คลิปส์” (Clipse), “เท็ดดี้ สวิมส์” (Teddy Swims), “เจลลี่ โรล” (Jelly Roll), “แองเจลิก คิดโจ” (Angélique Kidjo), “ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์” กับคณะประสานเสียง Voices of Fire Gospel Choir รวมถึง “แบมแบม กันต์พิมุกต์” ศิลปิน K-Pop สายเลือดไทยที่ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมแสดงในครั้งนี้

นอกจากนี้ การแสดงจะมีการผสมผสานระหว่างดนตรีและเทคโนโลยีสุดล้ำ ด้วยการแสดงโดรนและแสงสีตระการตาจาก Nova Sky Stories ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะชิ้นเอกในมหาวิหารซิสทีน ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่น่าจดจำให้แก่ผู้ชม และผู้ชมทั่วโลกสามารถชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางสตรีมมิ่งชั้นนำอย่าง Disney+, Hulu และ ABC News Live ทำให้แฟนคลับของแบมแบมและผู้สนใจทั่วโลกสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม การที่แบมแบมได้ร่วมแสดงในงานคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์นี้ ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในเส้นทางอาชีพของแบมแบมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงอิทธิพลของวงการ K-pop และพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง!.



