เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า แนวทางของรัฐบาลที่จะเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่จังหวัดระนอง เชื่อมโยงจังหวัดชุมพร พร้อมแก้ไขจุดที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เชื่อมต่อ หรือ Missing Link ทั้งระบบราง และทางถนน ควบคู่กับการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ สอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือระนองอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ภายหลังจากที่ตนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าเรือระนอง เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569 และได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารจังหวัดระนอง ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สมาคมผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า จากการหารือ ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า ท่าเรือระนองมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงประเทศไทยกับอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา กลุ่มประเทศ BIMSTEC รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป แต่การพัฒนาจะต้องดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่ภายในท่าเรือ พื้นที่หลังท่า ร่องน้ำเดินเรือ ตลอดจนโครงข่ายถนนและระบบรางที่เชื่อมต่อเข้าสู่ท่าเรือ

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้วางทิศทางไว้ชัดเจนว่า ต้องเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถเชื่อมต่อกัน และใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ท่าเรือระนองมีทำเลที่ได้เปรียบ และมีโอกาสทางการค้า แต่เราต้องทำให้เรือเข้าได้สะดวก ขนถ่ายสินค้าได้รวดเร็ว มีพื้นที่รองรับเพียงพอ และมีถนนกับระบบรางเชื่อมถึงท่าเรืออย่างสมบูรณ์

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพภายในท่าเรือ กทท. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาเครนยกสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดระยะเวลาการขนถ่ายสินค้า เพิ่มจำนวนรอบการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายเรือและผู้ประกอบการ โดยแผนพัฒนาท่าเรือระนองยังครอบคลุมการปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ และท่าเทียบเรือตู้สินค้า การติดตั้งเครนสำหรับยกขนสินค้า รวมถึงการพัฒนาลานวางตู้สินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจะเร่งจัดระเบียบ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่หลังท่า เพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก เขตปลอดอากร และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากพื้นที่หลังท่าถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การรับ ส่ง พัก และกระจายสินค้าเป็นไปอย่างคล่องตัว ไม่เกิดปัญหาสินค้าตกค้างหรือรถบรรทุกสะสมบริเวณหน้าท่า ในส่วนของร่องน้ำเดินเรือเข้าสู่ท่าเรือระนอง ซึ่งมีระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร (กม.) จะประสานกรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนขุดลอก และบำรุงรักษาร่องน้ำให้มีความลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรือสินค้าเข้า-ออกได้สะดวก ปลอดภัย และลดข้อจำกัดในการให้บริการเรือขนาดใหญ่

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมจะเร่งพิจารณาการปรับปรุง และขยายทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงชุมพร–ระนอง รวมทั้งการพัฒนาทางเลี่ยงเมืองระนองและทางเลี่ยงเมืองชุมพร เพื่อแก้ไขจุดคอขวด ลดระยะเวลาการเดินทางของรถบรรทุก และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือกับพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม Missing Link ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งคือระบบราง เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางรถไฟสิ้นสุดที่สถานีรถไฟสะพลี จังหวัดชุมพร ก่อนเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถบรรทุก และเดินทางต่อไปยังท่าเรือระนองอีกประมาณ 110 กม. จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาแนวทางขยายเส้นทางรถไฟจากอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เชื่อมต่อมายังท่าเรือระนองโดยตรง

การเชื่อมระบบรางเข้าสู่ท่าเรือจะช่วยลดขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ลดต้นทุน และระยะเวลาการขนส่ง ลดจำนวนรถบรรทุกบนท้องถนน และทำให้สินค้าจากภาคกลาง ภาคตะวันออก และพื้นที่ต่างๆ ของภาคใต้ สามารถเชื่อมต่อออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้อย่างรวดเร็ว ไร้รอยต่อ ทั้งนี้การพัฒนาท่าเรือระนอง ต้องเดินไปพร้อมกันทั้งร่องน้ำ ท่าเทียบเรือ เครนยกสินค้า พื้นที่หลังท่า ถนน และระบบราง เมื่อทุกส่วนเชื่อมถึงกัน ท่าเรือระนองจะสามารถทำหน้าที่เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงคมนาคมพร้อมรับนโยบายนายกรัฐมนตรี และจะเร่งประสานทุกหน่วยงานให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว