โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฟาร์มยี่สาร จังหวัด สมุทรสงคราม ของบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ที่ ได้ริเริ่มเชิญชวนโรงเรียนใกล้เคียงอย่างโรงเรียนบ้านดอนจั่น (วาศน์เจริญเรือนอุทิศ) และโรงเรียนวัดเขายี่สาร (ประมุขเวชกิจ) มาร่วมกันทดลองใช้ตะกอนเลนจากบ่อกุ้งผสมกับวัสดุธรรมชาติ อาทิ เปลือกไข่ ปุ๋ยหมัก และอินทรียวัตถุต่าง ๆ เพื่อผลิตเป็นดินปลูกสำหรับแปลงเกษตรในโรงเรียน โดยแนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบาย Zero Waste ของ ซีพีเอฟ ที่มุ่งจัดการของเสียให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังเป็นส่วนช่วยในการปลูกฝังความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนได้อย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ว่าตะกอนเลนไม่ใช่เพียงดินธรรมดา แต่ เต็มไปด้วยสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ที่ช่วยสร้างราก ใบ ดอก และผล ตลอดจนแคลเซียมที่ทำให้ผนังเซลล์พืชแข็งแรง แมกนีเซียมที่เป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์เพื่อการสังเคราะห์แสง รวมถึงธาตุเหล็กและสังกะสีที่มีบทบาทในระดับเซลล์ นอกจากนี้ยังมีจุลินทรีย์ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ทำให้แปลงเกษตรในโรงเรียนมีความสมบูรณ์ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพื้นที่เล็ก ๆ ในโรงเรียนให้กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การรดน้ำ และการดูแลรักษา ผลผลิตที่งอกงามไม่ว่า จะเป็นพริก กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ ผักบุ้ง ผักสลัด หรือแม้แต่เมล่อน กลายเป็นอาหารกลางวันปลอดสารที่เด็ก ๆ ได้บริโภคในโรงเรียน และหากมีผลผลิตเหลือ โรงเรียนบางแห่งก็นำไปจำหน่ายให้ผู้ปกครอง นำรายได้กลับมาพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน สร้างวัฏจักรแห่งการเรียนรู้และความพอเพียงที่สมบูรณ์

โรงเรียนคลองขุดสมบูรณ์จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนผลลัพธ์ของโครงการอย่างชัดเจน โดยผสานแปลงเกษตรเข้ากับการเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เด็ก ๆ มีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ทั้งการลงแรงและการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อใช้ปรุงอาหารกลางวัน กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงปลูกฝังทักษะชีวิต แต่ยังเสริมสร้างความรับผิดชอบและการทำงานร่วมกัน

ในอนาคต ฟาร์มยี่สารยังมีแผนขยายความรู้เพิ่มเติมให้กับโรงเรียนอื่น ๆ โดยเฉพาะการปลูกพืชที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น เมล่อน มะเขือเทศราชินี ผักสลัด รวมทั้งผักสวนครัวชนิดต่าง ๆ การขยายผลเช่นนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียน และเปิดโอกาสให้โรงเรียนมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตส่วนเกิน นำไปใช้พัฒนาสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักเรียนต่อไป

“ไม่เคยคิดว่าเลนจากบ่อกุ้งจะใช้ปลูกผักได้จริง เพราะหนูคิดว่าเลนจากบ่อกุ้งไม่น่าจะมีประโยชน์ จนพี่ ๆ ซีพีเอฟพาไปดูแปลงผักที่เติบโตจากเลนบ่อกุ้ง และพี่ ๆ มาสอนที่โรงเรียน ดีใจที่โรงเรียนมีผักปลอดสารไว้ทำอาหารกลางวัน และหนูก็จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ต่อที่บ้านด้วย”..ณิยวรรณ สีแสงเขียวนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนจั่น กล่าว

ในทำนองเดียวกัน ..พงษ์พิพัฒร คีรีรัตน์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเขายี่สาร ก็ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์ว่า “ผมได้ลงมือทดลองปลูกเมล่อนเป็นครั้งแรก ถ้าผลผลิตออกมา สามารถนำไปขายมีรายได้เข้าโรงเรียน และยังได้เรียนรู้วิธีการที่จะนำไปปลูกเอง”

โครงการตะกอนเลนบ่อกุ้งจึงไม่ใช่แค่การจัดการของเสียให้หมดไป แต่ยังสะท้อนแนวทางใหม่ในการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่เคยถูกละเลย เพราะดินทุกก้อนคือการสร้างโอกาสให้กับเด็ก ๆ ได้สัมผัสทั้งความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความตระหนักในการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

จากเลนที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า วันนี้ได้กลายเป็นต้นทุนชีวิตของเด็ก ๆ ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้จริงในครอบครัวและชุมชน นับเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากร และความยั่งยืนให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง.