กลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มที่ทำงานหนักจนน่าทึ่ง สำหรับพระเอกหนุ่ม “เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ” ที่ทุ่มเททั้งงานในวงการและธุรกิจส่วนตัว ทั้งการเป็นพ่อค้าต้นไม้ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว รวมถึงว่าที่เจ้าของสวนทุเรียน 100 ไร่ ที่ทำให้หลายคนสงสัยว่าเอาเวลาที่ไหนไปดูแลสาว “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” หรือว่าเร่งสร้างตัวเพื่อจะรีบแต่งงานหรือไม่นั้น

ล่าสุด เคน ภูภูมิ ที่ได้มาร่วมงาน FIN Stars Market ก็ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนที่มาร่วมงานถึงเหตุผลที่ทั้งลงทุนลงแรงสร้างธุรกิจ ลุยทำสวนทุเรียนแถมงานแสดงก็ไม่ทิ้ง โดย เคน เผยว่า

“จริงๆทำงานเยอะมาตั้งนานแล้ว แต่แค่เหมือนช่วงนี้มันมีงานออกมาให้ทุกคนเห็นมากกว่า ก็เลยรู้สึกว่าเราทำงานเยอะแต่จริงๆเราทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงานอาจจะยังไม่ใช่ช่วงนี้ครับ มีคิดไว้แต่ว่าอีกจะต้องซักสองปี ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน มีคุยกันถึงเรื่องอนาคต ถามว่าคนรอบข้างหรือครอบครัวเร่งไหม ไม่ได้มีใครเร่งเลยครับ เขาแล้วแต่เรา ช่วงนี้มันเป็นช่วงที่เราต้องทำงานก่อน เราก็เลยรู้สึกว่าเราไปโฟกัสที่งานก่อนดีกว่าเพราะว่ามันน่าจะเป็นช่วงที่เรายังมีกำลัง มีแพชชั่นค่อนเยอะ ช่วงนี้ก็เต็มที่กับงานตรงนี้ไปก่อนดีกว่าครับ”

“ความรักก็ยังดีอยู่ครับ ปีหน้าน่าจะเข้าปีที่ 10 แล้ว เราก็ยังปรับตัวกันอยู่เรื่อยๆ ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ (เอสเธอร์มาช่วยโปรโมทเยอะมาก) จริงๆผมก็ขอให้เขามาช่วยครับ เขาเองก็มีงานของเขาค่อนข้างเยอะ เรารู้สึกว่าเวลามันมีคอนเทนต์เป็นคนหน้าใหม่ๆขึ้นมามันก็ดี เราเลยคิดว่าถ้าเขาว่างอยากจะชวนเขามาทำด้วย ก็เลยขอให้เขามาช่วยจอยในคลิป จริงๆแล้วเอสเขาเป็นคนหาคอนเทนท์ค่อนข้างเก่ง”

เคน เผยต่อว่า “จริงๆผมปรับตัวมานานแล้วตั้งแต่โควิด ผมได้ใช้ช่วงโอกาสนั้นในการปรับตัวมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าโอเคครับ ในส่วนของงานแสดงของผมน่าจะมีภาพยนตร์ และเป็นซีรีส์ของ Mono Max สำหรับหนังก็ถ่ายทำเสร็จแล้วเป็นนาคีภาคสาม ต้นไม้ก็ยังขายอยู่ครับ ต้นไม้เหมือนผมปลูกข้างบ้านอยู่แล้ว ต้นไหนที่มันตัดขายได้ก็ตัดขาย ส่วนที่ดิน 100 ไร่อันนั้นไว้ทำทุเรียนครับ ตอนนี้ทำไปสองแปลงยังลงไม่ถึงร้อยแปลง”

“มีแต่เหนื่อยทั้งนั้นครับลงทั้งทุนลงทั้งแรงบางทีมองเข้ามามองมันสวยงาม แต่พอทำจริงมันวุ่นวายเหนื่อยครับ ต้องใช้ความตั้งใจเยอะมากเพราะแต่ละอย่างที่ทำมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นอะไรที่เราต้องโฟกัสมากขึ้นเ ต้องมีความรู้เยอะขึ้น ในเรื่องของงานแสดงผมก็โฟกัส บาลานซ์ทุกอย่างเท่ากันครับ สมมติในเจ็ดวัน ถ่ายละครสามวัน อีกสี่วันผมบินไปหาดใหญ่ กลับมาวันจันทร์ถ่าย ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ครับ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลยครับทำเพื่อตัวเองในอนาคต”

“ผมกับเอสเธอร์มีเวลาให้กันนะครับ อย่างทำสวนที่หาดใหญ่ผมก็พาเอสไปดูบ้าง ก็ถือว่าให้เขาได้ไปเที่ยวด้วยเพราะที่หาดใหญ่ก็มีของกิน มีที่เที่ยวเยอะ ก็ถือว่าได้พักผ่อน ส่วนเราก็ถือว่าได้เข้าสวนไปทำงาน เราก็ยังไม่พร้อมครับตอนนี้ งานเราเพิ่งเริ่มสร้าง มันยังไม่ได้สำเร็จ เขาไม่น่าจะน้อยใจนะ ก็ดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย มีโอกาสคุยกันตลอด เขาก็จะรู้ว่าตอนนี้งานเราเป็นยังไงบ้าง เรื่องแต่งยังไงก็คงต้องรออีกหน่อยนะ ตอนนี้เอสเธอร์คือคนที่ใช่ที่สุดครับ”

ขอบคุณภาพจาก: ken_phupoom