มาแล้วค่า “นูน่าเมี้ยน” เหยี่ยวข่าวสาวผู้พราวเสน่ห์อันเป็นที่รักของแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักทุกคนมาแล้วค่า และแน่นอนว่านูน่าก็จะต้องมาพร้อมกับข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์ที่นำมาอัปเดตแบบเอ็กซ์คลูกันซีฟผ่านคอลัมน์สุดฮอตอย่าง “SeoulStation” กันเป็นประจำ โดยสัปดาห์นี้นูน่าจะพาทุกคนมาพูดถึงเรื่องราวของศิลปินหนุ่มมากความสามารถ “แฮชาน” (HAECHAN) ไอดอลหนุ่มผู้มากประสบการณ์ที่ได้รับการจดจำในฐานะ “เสียงทองคำ” และหนึ่งในเสาหลักที่ขับเคลื่อนดนตรีของวง NCT ที่กำลังจะก้าวเดินบนเส้นทางแห่งสายดนตรีที่สำคัญกับการก้าวขึ้นเป็น “ศิลปินเดี่ยว” แบบเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดแรกภายใต้ชื่อ “TASTE” มาพร้อมกับเพลงไตเติลที่เปี่ยมไปด้วยพลังอย่าง “CRZY”

สำหรับชื่อของ “แฮชาน” ไม่ใช่แค่ชื่อของศิลปิน แต่คือ “สัญลักษณ์แห่งพรสวรรค์” ที่ถูกขัดเกลามาอย่างยาวนานในอุตสาหกรรม K-Pop นับตั้งแต่ก้าวแรกบนเส้นทางศิลปะจนถึงปัจจุบัน เด็กหนุ่มผู้มีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์คนนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสมควรเป็นหนึ่งใน “ศิลปินแถวหน้าของวงการ” ด้วยการเดินทางที่เต็มไปด้วย “การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง” ทั้งในฐานะสมาชิกวงและในฐานะศิลปินผู้เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเดินทางของแฮชานเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อเขาก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กฝึกของ “SM Rookies” ในปี 2014 ด้วยวัยเพียง 14 ปี เขาได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นออกมาตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยน้ำเสียงที่ใสเป็นธรรมชาติและบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ทำให้เขาเป็นที่จับตามองในฐานะ “ศิลปินรุ่นใหม่ที่มีอนาคตไกล” ในช่วงเวลานั้น เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการร้อง การเต้น และการแสดงออกบนเวทีอย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดบิวต์ในอนาคต ก่อนที่ในปี 2016 เขาจะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกของวง “NCT”

ซึ่งการเป็นสมาชิกในสองยูนิตหลักที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงอย่าง “NCT 127” ยูนิตที่เน้นแนวเพลงHip Hop และ R&B ที่หนักแน่น แฮชานรับหน้าที่เป็นหนึ่งใน “เสียงหลัก” ที่สร้างความสมดุลให้กับบทเพลง เขาสามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้หลากหลาย เสียงของเขาคือหัวใจสำคัญที่ทำให้เพลงของ NCT 127 มีเอกลักษณ์และแตกต่างจากวงอื่น และ “NCT DREAM” ยูนิตที่นำเสนอภาพลักษณ์ที่สดใสและเติบโตตามวัย แฮชานได้แสดงให้เห็นถึงอีกด้านของตัวตน เขาเป็น “ผู้สร้างสีสันและความสนุกสนาน” เสียงร้องของเขาที่สื่อถึงความสดชื่นและความอ่อนเยาว์ช่วยเสริมให้เพลงของ NCT DREAM มีความน่ารักและน่าจดจำ การเป็นสมาชิกในทั้งสองยูนิตทำให้แฮชานมีโอกาสได้แสดงความสามารถที่หลากหลาย ทั้งในด้านการร้อง การเต้น และการแสดงบนเวทีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ เขาเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นศิลปินที่สามารถปรับตัวเข้ากับแนวเพลงและคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันได้อย่างไร้ที่ติ

และวันนี้ความสามารถของเขาได้ถูกฉายแสงอย่างเต็มที่ใน “โปรเจกต์เดี่ยวที่ทุกคนรอคอย” โดยอัลบั้ม “TASTE” ไม่ใช่เพียงแค่การเดบิวต์เดี่ยว แต่คือการประกาศตัวตนครั้งใหม่ของแฮชานในฐานะ “ศิลปินเดี่ยวเต็มตัว” หลังจากโลดแล่นในวงการมานานกว่า 9 ปี การเดินทางครั้งนี้คือบทสรุปของประสบการณ์ ความมุ่งมั่น และความปรารถนาที่จะถ่ายทอดแนวเพลงที่เขารักอย่างแท้จริง ซึ่งหัวใจหลักของอัลบั้มนี้คือ “แนวเพลง R&B” ที่แฮชานชื่นชอบและเติบโตมากับมัน แนวเพลงที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้องได้อย่างลึกซึ้งและมีเสน่ห์ โดยชื่ออัลบั้ม “TASTE” สื่อถึงรสชาติและรสนิยมทางดนตรีของแฮชานได้อย่างตรงไปตรงมา แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงนัยยะถึงการลิ้มรสประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งในฐานะศิลปินและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง อัลบั้มนี้ประกอบด้วยบทเพลงหลากหลายที่ผสานแนวดนตรี R&B เข้ากับองค์ประกอบจากแนวอื่นๆ เช่นNeo Soul, Dance Pop, Hip Hop และ Electronic เพื่อสร้างความหลากหลายทางอารมณ์และสัมผัสทางดนตรีที่ไม่น่าเบื่อ เพลงแต่ละเพลงในอัลบั้มถูกร้อยเรียงมาอย่างตั้งใจเพื่อพาผู้ฟังไปสำรวจมิติทางอารมณ์ต่างๆ ของแฮชาน ตั้งแต่ความสดใส ความตื่นเต้น ไปจนถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนและเปราะบาง ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่คุ้นเคยในผลงานของ NCT ที่เน้นความแข็งแกร่งและพลังงานร่วมกันของกลุ่ม

การเลือกแนว R&B เป็นแกนหลักไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับแฟนๆ ที่ติดตามแฮชานมาโดยตลอด เพราะเขาคือหนึ่งในนักร้องไม่กี่คนใน K-Pop ยุคนี้ที่สามารถถ่ายทอดเพลง R&B ได้อย่าง “มีชั้นเชิงและมีเอกลักษณ์” เสียงของเขามีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเข้ากับแนวเพลงที่หลากหลาย และมีเทคนิคการร้องที่ละเอียดอ่อน สามารถสร้างเสน่ห์และอารมณ์ให้กับบทเพลงได้อย่างน่าทึ่ง
สำหรับเพลงไตเติล “CRZY” ซึ่งคาดว่าน่าจะย่อมาจากคำว่า “Crazy” นั้น เป็นการนำเสนออีกด้านของแฮชานที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในเพลงของ NCT โดยเป็นเพลงแนว R&B และ Dance Pop มาพร้อมเสียงดีดกีตาร์และเสียงร้องที่มีจังหวะ ผสมผสานกับจังหวะฮิปฮอปฟังกี้ที่เข้มข้นและหยาบกระด้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของต้นยุค 2000s เนื้อเพลงพูดถึงช่วงเวลาแห่งความลุ่มหลงที่พยายามวางเชิงต่อคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจที่ได้พบเจอโดยบังเอิญ

โดยในมิวสิกวิดีโอ แฮชานแสดงอารมณ์ผ่านสายตาที่ลึกซึ้ง พร้อมทั้งการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่มีจังหวะและความรู้สึกได้อย่างชำนาญ โดยเฉพาะเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นเหมือนลายนิ้วมือของแฮชานก็ยังมีบทบาทสำคัญอย่างมาก เสียงของเขาที่สามารถปรับเข้ากับสไตล์ที่แตกต่างกันของทั้ง NCT 127 และ NCT DREAM สร้างบรรยากาศเฉพาะตัวที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ของเพลง “CRZY” แม้จะฟังแค่เสียงร้องก็ยังสามารถเห็นภาพได้
แฮชานได้เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อเพลงนี้ว่า “ตอนที่ได้ฟัง CRZY ผมคิดว่านี่เป็นเพลงที่สามารถแสดงจุดแข็งของผมได้ดีที่สุด และเป็นเพลงที่ผมสามารถทำได้ดีที่สุด” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกเพลงที่เหมาะสมที่สุดในการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สั่งสมมาถึง 9 ปีเต็มของตัวเขา
นอกเหนือจากเพลงไตเติลแล้ว เพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม “TASTE” ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน การที่อัลบั้มนี้ผสมผสานแนวเพลงที่หลากหลายแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของแฮชานในการนำเสนอความสามารถรอบด้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพลงแนว Neo Soul ที่เน้นความลื่นไหลของทำนองและอารมณ์ หรือเพลงแนว Electronic ที่ใช้เสียงสังเคราะห์และจังหวะที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ผู้ฟังสามารถสัมผัส “รสชาติ” ที่แตกต่างในแต่ละบทเพลง และไม่รู้สึกจำเจ โดยอัลบั้มนี้ได้รวบรวมบทเพลง 11 แทร็ก ที่แต่ละเพลงล้วนมีเอกลักษณ์และความน่าสนใจแตกต่างกันไป ดังนี้

“Intermission” เพลงนี้เปิดอัลบั้มด้วยบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแนวเพลงโซลและฟังก์ เป็นเหมือนการพักครึ่งก่อนที่จะพาผู้ฟังดำดิ่งไปในโลกดนตรีของเขาอย่างแท้จริง
“Talented” เพลงป๊อปแดนซ์กลิ่นอายอิเล็กโทรฟังก์ที่โดดเด่นด้วยซาวด์ที่ล้ำสมัย แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและเสน่ห์อันน่าหลงใหลของแฮชานได้อย่างชัดเจน
“Grey Rain” เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป๊อปที่เน้นความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนด้วยการผสมผสานเสียงกีตาร์อะคูสติก เป็นบทเพลงที่พาผู้ฟังเข้าไปสัมผัสกับความเปราะบางในจิตใจของศิลปิน
“Camera Lights” เพลงแนวโซลที่ผสมผสานกลิ่นอายดนตรีแจ๊สได้อย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่น่าค้นหาและมีเสน่ห์ล้นเหลือ เป็นอีกเพลงที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางดนตรีของเขา
“WYN?” เพลงแนวฮิปฮอปสุดเท่ที่ได้แรปเปอร์อย่าง HAON มาร่วมฟีเจอริง ทำให้เพลงมีมิติและพลังที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
“Love Beyond” เพลงนี้ให้ความรู้สึกของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่มีความขี้เล่นอยู่ในตัว เป็นอีกเพลงที่ทำให้ผู้ฟังได้เห็นถึงบุคลิกที่สดใสและขี้เล่นของแฮชาน
“Roll With Me” เพลงแนวโซลที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติก และให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นเพลงที่เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการผ่อนคลายและสัมผัสกับอารมณ์ที่อ่อนโยน
“Should Be” เพลงนี้มีความพิเศษตรงที่แฮชานมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงเองด้วย โดยเป็นการตีความอาร์แอนด์บียุค 90s ในรูปแบบใหม่ที่ทั้งทันสมัยและยังคงเสน่ห์ของยุคเก่าไว้
“ADRENALINE” เพลงที่อัดแน่นไปด้วยพลังและความแข็งแกร่ง เป็นเพลงที่แสดงให้เห็นถึงอีกด้านของแฮชานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความทุ่มเทอย่างเต็มที่
“CRZY” เพลงไตเติลแนวอาร์แอนด์บีและป๊อปแดนซ์ที่ให้บรรยากาศย้อนยุคเหมือนเพลงฮิตในยุค 2000s ซึ่งเป็นการฉีกแนวจากภาพลักษณ์ที่แฟนๆ คุ้นเคย
“Outro” (Back In The Studio) เพลงปิดท้ายอัลบั้มที่ชวนให้ผู้ฟังกลับไปยังสตูดิโอพร้อมกับศิลปิน เป็นการส่งสัญญาณว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และแฮชานยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ บนเส้นทางดนตรีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

แม้ว่าเส้นทางของแฮชาน “ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ” เขาเริ่มต้นจากการเป็นเด็กฝึกในสังกัด SM Entertainment ตั้งแต่อายุยังน้อย และได้ใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดบิวต์ การเติบโตอย่างรวดเร็วและการปรับตัวเข้ากับแนวเพลงและคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันได้อย่างไร้ที่ติ ทำให้แฮชานกลายเป็น “ศิลปินที่น่าจับตามอง” และแม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะสมาชิกวง แต่เขาก็ไม่เคยหยุดที่จะ “พัฒนาตัวเอง” นอกเหนือจากงานเพลงกับวงแล้ว เขายังได้แสดงความสามารถผ่านโปรเจกต์พิเศษต่างๆ เช่น การร่วมร้องเพลงประกอบซีรีส์ หรือการโชว์ความสามารถในการร้องเพลงที่เขาชื่นชอบอย่างเพลงแนว R&B ในช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้แฟนๆ ได้เห็นถึงพรสวรรค์และสไตล์ดนตรีที่ลึกซึ้งของเขา

การเปิดตัวอัลบั้ม “TASTE” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ในชีวิตของแฮชาน และเป็นส่วนหนึ่งของการ “เติมเต็มความฝันและพรสวรรค์ทางดนตรี” ที่เขามี การก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยในฐานะสมาชิกวง NCT และเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ เพียงลำพัง แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง นอกจากนี้ การทำงานเดี่ยวก็เปิดโอกาสให้แฮชานได้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตอัลบั้มมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกเพลง การทำงานกับโปรดิวเซอร์ ไปจนถึงการกำหนดคอนเซ็ปต์และภาพลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้เขาได้ “เรียนรู้และเติบโต” ในฐานะศิลปินอย่างแท้จริง และทำให้ผลงานออกมาสะท้อนความเป็นตัวตนของเขาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

อัลบั้ม “TASTE” จึงเป็นเหมือน “จดหมายรักจากแฮชาน” ถึงแฟนๆ ที่รอคอย และเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเท ความสามารถ และความรักที่เขามีต่อดนตรี การที่เขาเลือกที่จะเผยให้เห็น “รสชาติ” ทางดนตรีที่แท้จริงของตัวเองในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ เท่านั้น แต่ยังจะทำให้โลกได้เห็นถึง “ความสามารถของแฮชานในฐานะศิลปินเดี่ยว” ที่พร้อมจะ “สร้างมรดกทางดนตรีของตัวเอง” และจะทำให้ชื่อของเขาถูกจดจำในฐานะ “ศิลปินผู้มากความสามารถ” ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง!.
คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”



