ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรมว.อุตสาหกรรม น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าทีมสุดซอย, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรมว.อุตสาหกรรม, ไพลิน เทียนสุวรรณ ที่ปรึกษารมว.อุตสาหกรรม และได้อำลาข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งระหว่างการกล่าวอำลาข้าราชการบางช่วงที่พูดถึงการทำงานของทีมสุดซอย ร่วมกับข้าราชการกระทรวงอุตฯ นายเอกนัฏ มีท่าทีน้ำตารื้นออกมา เนื่องจากมีความรู้สึกตื้นตันกับการทำงานกับข้าราชการ เพราะงานหลายๆ งานโดยเฉพาะกับทีมสุดซอย อย่างในการปราบปรามโรงงานสีเทา ผู้ประกอบการสีเทา สินค้าไม่มีคุณภาพ ต้องพบกับความท้าทายอย่างมาก บางกรณีถูกผู้ประกอบการฟ้องร้องกลับ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากนี้ไปทางกระทรวงอุตสาหกรรมต้องดำเนินการต่อไป ทุกอย่างที่ถูกเปิดโปงขึ้น ไม่ว่าใครมาทำหน้าที่ต่อจะละเลยเรื่องนี้ไม่ได้ หลายงานต้องทำต่อและเชื่อมั่นว่า รัฐมนตรีคนใหม่จะสานต่อ ในขณะที่ชุดสุดซอยจะแปลงสภาพเป็นคณะสุดซอย ทำงานกับหน่วยงานอื่นๆ ต่อตามภารกิจที่เคยได้ทำมา ในบริบทที่อยู่ในสภา

“การทำงาน 1 ปีเต็ม ที่ผ่านมาผมหมกมุ่นกับการทำงานมาตลอด จนลืมว่าทำอะไรไปบ้าง แต่ถือว่า เป็นความสำเร็จเป็นชัยชนะ ทำให้อุตสาหกรรมมีสภาพดีขึ้น แต่ที่เปลี่ยนไป คือ วันนี้รู้สึกถึงความขี้เกียจไม่อยากตื่นมาทำงาน เพราะรู้ว่าเป็นวันสุดท้าย ผมให้คะแนนการทำงานของทีมและข้าราชการเต็ม ซึ่งให้เกินถึง 101 คะแนนเลย เพราะที่ทำงานทั้งหมดมันเกินความคาดหมาย ทั้งปราบทุนเทาที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ปราบของด้อยคุณภาพ ทำให้เหลือผู้ประกอบการที่ดีทำให้เป็นมาตรฐานสากล สังคมและประชาชนที่ติดตามการทำงานเห็นสิ่งที่เราทำ”   

ส่วนคดีของบริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด ล่าสุดตนโดนฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องอยู่ที่ศาลระยอง และทางซินเคอหยวนยังเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐจากการถูกปิดโรงงาน 2,700 ล้านบาท เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า อะไรที่ไม่ถูกต้อง อะไรที่ทำผิดไว้ถูกปิดไปแล้วก็ต้องมีเหตุผล เห็นความผิดปกติทำด้วยเหตุด้วยผล ไม่ได้ทำด้วยพลการต้องดูตามกติกาว่าเจ้าหน้าที่ปิดเพราะอะไร ทำให้มันตรงไปตรงมา ดังนั้นผมยังมีเสียงในสภา ความถูกต้องมันต้องกลับมา

“ผมไปจับในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น ต้องทำให้การทำถูกให้เป็นเรื่องปกติ ที่ผ่านมาวางรากฐานไว้แล้ว ทำให้เกิดการรับรู้ อย่าถอยโดยเฉพาะ พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม ที่ผมจะดันต่อในสภา แม้ว่าผมไม่มีตำแหน่งใน ครม. แต่ยังเป็นตำแหน่งในสภากฎหมายนี้ผมทำต่อล้านเปอร์เซ็นเตอร์จะไม่หยุดแน่นอน เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.โรงงาน ที่ผมมาในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญซึ่งทั้งทีมจะช่วยกันดันเรื่องนี้ต่อ  เพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรม ให้การเปิดโรงงานไม่ยุ่งยาก ตรวจสอบโปร่งใส ปิดให้เร็วสำหรับคนที่ทำผิด เปิดให้ไวเพื่อกระตุ้นลงทุนการผลิต”

“ที่ผ่านมาเป็นบรรยายกาศที่ดีทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ดีใจที่ครั้งหนึ่งได้ดำเนินงานร่วมกัน และหวังว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอีกครั้ง”

นอกจากนี้ ขอฝากแนวคิดและวิธีการทำงาน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม ดึงการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการ คือ ต้องมีวิสัยทัศน์ทิศทางที่ชัดเจน, การทำงานเป็นทีม สร้างบรรยากาศและแรงบันดาลใจในการทำงาน, ต้องกล้าเผชิญรับและแก้ปัญหาโดยเฉพาะปัญหาใหญ่ๆ, ต้องนำทีมพาไปสู่เส้นชัยต้องทำงานให้จบ และต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต