ที่ ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นประธานในพิธีฉลองการตั้งชื่อเรือขนส่งลำใหม่ “Uniwise Commander” ที่ผสานเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อสนับสนุนการขนส่งพนักงานไปยังฐานผลิตปิโตรเลียมของเชฟรอนในอ่าวไทยให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

โดยมีนางทรรศนีย์ หงษ์ไกรเลิศ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายบริหารซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ บริษัท เชฟรอนฯ เป็นผู้ประกอบพิธีตั้งชื่อเรือ พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ นายนิคม เศรษฐลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  พล.อ.ศิพันท์ ภาณววัฒน์ ผอ.ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร พล.ร.ต.ก่อเกียรติ บุญปก ผบ.กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ พล.ร.ต.สุรศักดิ์ เฉิดผาด ผอ.การท่าเรือสัตหีบ พล.ร.ต. มรุเดช บุญนิตย์ รองผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 นายดาร์เรน อัง Board of Directors บริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์ จำกัด และนายภัทรวิน จงวิศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน)  

นายชาทิตย์กล่าวว่าเรือ “Uniwise Commander” ถือเป็นลำแรกในประเทศไทยที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันกลางทะเล  มีภารกิจรับ-ส่งพนักงานที่ทำงานในแหล่งขุดเจาะก๊าซฯ 3 แหล่งผลิต คือ แหล่งเบญจมาศ,แหล่งไพลินเหนือ,แหล่งไพลินใต้ รวมกันประมาณ 300 คน ทำงานประจำอยู่กลางทะเลต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ และหยุดพักขึ้นฝั่ง 3 สัปดาห์ โดยใช้ 2 ท่าเรือเป็นจุดรับ-ส่ง คือ ท่าเรือประทีป จ.สงขลา และท่าเรือจุกเสม็ด ใช้เวลาวิ่งเที่ยวละประมาณ 4-5 ชั่วโมง

“Uniwise Commander” จุผู้โดยสารได้ 90 คน ด้วยเทคโนโลยีไตรมารัน คือเป็นเรือ 3 ท้อง มีความแตกต่างจากเรือทั่วไปที่เป็นเรือท้องเดียว เมื่อเรือมี 3 ท้อง ทำให้มีความมั่นคง มีประสิทธิและความปลอดภัยมากขึ้น สามารถขนส่งผู้โดยสารในสภาวะคลื่นสูงกว่าปกติ ผู้โดยสารไม่เมาเรือ นอกจากนี้ยังทำความเร็วได้สูงกว่าเรือแบบท้องเดียว จึงประหยัดเวลาเดินทางไปได้ 30% และช่วยลดค่าใช้จ่ายลงด้วย

จากปัจจุบันที่เชฟรอนใช้การรับ-ส่งพนักงานด้วยเรือปกติท้องเดียว จะมีปัญหาเวลาทะเลมีคลื่นสูง และบางส่วนรับ-ส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.) มีฐานบินอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั้วโมง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่เมื่อนำเรือ “Uniwise Commander” เข้ามาใช้ประมาณปลายเดือนก.ค.นี้ ในระยะแรกจะยกเลิกเรือปกติท้องเดียว และลดจำนวนเที่ยวบินฮ.ลงไปบ้าง คาดว่าประมาณกลางปี 70 อาจจะไม่ต้องใช้ฮ.บินรับ-ส่งแล้ว แต่ยังต้องมีสแตนด์บายไว้ใช้ในกรณีเร่งด่วน ฉุกเฉินจริงๆ เช่น การรับ-ส่งคนเจ็บป่วยหนัก   

ทางด้าน ร.อ.สุรเชษฐ์ กังวานวาณิชย์ Co-Head of Business บริษัท ยูนิไวส์ ออฟชอร์ จำกัด กล่าวว่า “Uniwise Commander เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาเรือที่ตอบโจทย์การปฏิบัติงานนอกชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในทุกมิติการทำงาน โดยได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งบุคลากร ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง ลดระยะเวลาและต้นทุนในการปฏิบัติงาน พร้อมยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร และยังเป็นเรือไตรมารันลำแรกที่นำมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในประเทศไทย  ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำนวัตกรรมทางทะเลมาประยุกต์ใช้ในภาคพลังงาน

ขณะที่ นายภัทรวิน กล่าวว่า  Uniwise Commander ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมต่อเรือและอุตสาหกรรมทางทะเลของไทย แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ ใช้เทคโนโลยีเรือสมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเชฟรอน,ยูนิไวส์ และ Wind Naval Architects ในการส่งมอบเรือขนส่งบุคลากรแบบไตรมารัน สำหรับอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยมีความเร็วขณะปฏิบัติการอยู่ระหว่าง 32-34 นอต ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ.