สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า บรรดานักพยากรณ์อากาศเตือนว่า ปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญ ซึ่งมักก่อให้เกิดภัยแล้ง อุทกภัย และพายุรุนแรงในแอฟริกา อาจทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก หากแนวโน้มอุณหภูมิที่สูงขึ้นของมหาสมุทรแปซิฟิกในปัจจุบัน ยังดำเนินต่อไป

นอกจากภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ การคลังของรัฐบาลและภาคส่วนธนาคารก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน หากภัยพิบัติสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ประเทศที่ขาดแคลนเงินสดประสบปัญหาในการชำระหนี้ที่เกี่ยวข้อง

“เหตุการณ์นี้เพียงอย่างเดียวจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ลดลงโดยเฉลี่ย 1-2% ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,000-20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วทวีปแอฟริกา” นายแอนโทนี นยอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและการเติบโตสีเขียวของเอเอฟดีบี กล่าวในการให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้ การคาดการณ์ล่าสุดของเอเอฟดีบี ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า แอฟริกาทั้งทวีปจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ 4.2% ในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ในปี 2570 โดยสมมุติว่า สถานการณ์สงครามของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขข้างต้นมีขึ้นก่อนที่จะมีการคาดการณ์ถึงปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ

อนึ่ง เอเอฟดีบีประเมินว่า เกษตรกรในแอฟริกาเผชิญกับการสูญเสียรายได้รวมเกือบ 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11,122 ล้านบาท) ในปีนี้ ขณะที่อุตสาหกรรมการประมงอาจได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากอุณหภูมิของทะเลที่สูงขึ้นและพายุ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS