อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เริ่มกลับมาน่าห่วง! หลังจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดตัวเลขปริมาณการผลิต และยอดขายเดือน ก.ค. 69 มีข้อมูลหลายประเด็นน่าเป็นห่วง ต้องเร่งแก้ปัญหา โดย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า กลุ่มยานยนต์ ส.อ.ท. รู้สึกกังวลภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยิ่ง เนื่องจากยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าสะสมช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 69) ที่ขายได้รวม 125,411 คัน พบว่า เป็นยอดที่ผลิตจริงในประเทศเพียง 46,924 คัน คิดเป็นสัดส่วน 37.42% ของยอดขายทั้งหมด ที่เหลือเป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสูงถึง 62.58% ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศเสียเปรียบ ทั้งกลุ่มสันดาป และอีวีที่จ้างแรงงานคนไทย และใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

นอกจากนี้ยังกังวลยอดขายรถกระบะ ซึ่งเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนดิ่งลง เหลือเพียง 10,000 กว่าคัน จากเดิมที่เคยขายได้เฉลี่ยเดือนละ 30,000 กว่าคัน หรือลดลงกว่า 60% โดยในส่วนของรถกระบะ (ปิกอัพ 1 ตัน) มียอดขายเหลือเพียง 5,084 คัน ลดลง 16.22% เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยตัวเลขสินเชื่อรถยนต์หดตัวลง 7.8% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในอัตราต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเพียง 1.9% ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้น 2.8%

“เป็นห่วงยอดขายรถกระบะ ซึ่งมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสูงถึง 90% กลับมียอดขายดิ่งลงอย่างหนัก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนรถกระบะรวมถึงอุตสาหกรรมในซัพพลายเชน จนส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศหดตัวหรือเติบโตต่ำ และผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายต้องตัดสินใจเลิกกิจการหรือย้ายฐานการลงทุนไปต่างประเทศ”

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. อยากเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเร่งด่วน  

1.ขอให้ปรับปรุง และปฏิรูปโครงสร้างภาษีให้เกิดความเป็นธรรม โดยให้รัฐบาลเร่งทบทวนและปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้แก่รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ทั้งกลุ่มสันดาป และกลุ่มอีวี เพื่อไม่ให้เสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศจ้างแรงงานไทย และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ

2.เสนอให้ตั้งกองทุนค้ำประกันความเสียหายจากรถยึด  นำข้อเสนอที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เคยเสนอไว้เมื่อ 2 ปีก่อนกลับมาปัดฝุ่น โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเข้าค้ำประกันความเสียหายให้กับสถาบันการเงินจากผลขาดทุนกรณีรถโดนยึดตามที่เกิดขึ้นจริง แต่จำกัดวงเงินไม่เกินคันละ 50,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขไว้  

3.ขอให้สถาบันการเงิน ผ่อนปรนและยินยอมปล่อยสินเชื่อสำหรับรถกระบะมากขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมา เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย ยอดผลิต ตลอดจนรักษางานและรายได้ของแรงงานในซัพพลายเชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ

สำหรับจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีทั้งสิ้น 117,383 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 6.12% มาจากการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271% ผลิต PHEV 1,661 คัน เพิ่มขึ้น 295.48% ผลิต HEV 24,173 คัน เพิ่มขึ้น 95.35% จากการขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเพราะสงครามตะวันออกกลาง และส่งออกไปประเทศคู่ค้า

ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์นั่งสันดาปภายในผลิตได้แค่ 8,251 คัน ลดลงถึง 62.49% การผลิตรถกระบะยังคงลดลงตามยอดขายในประเทศที่ยังคงลดลง แต่ผลิตรถกระบะไฟฟ้าได้ 346 คัน เพิ่มขึ้น 686.36% เพื่อขายในประเทศและส่งออก รถบรรทุกผลิต 1,550 คัน เพิ่มขึ้น 108.05% จากการกลับมาผลิตได้ตามปกติเพราะย้ายโรงงานผลิตเสร็จแล้ว