ปัจจุบันกลุ่ม Gen Z ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เกิดหลังปี ค.ศ. 1995 หรือประมาณปี 2538 เป็นต้นมา กำลังขึ้นมาเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความสำคัญในการทำงาน ขับเคลื่อนองค์กร ที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

โดยกลุ่ม  Gen Z จะมีความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีสูง เรียนรู้เร็ว เพราะเป็นประชากรที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล มีการใช้ อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ในการสื่อสาร ทำงาน ในชีวิตประจำวันต่อเนื่อง

ซึ่งกลุ่ม Gen Z  พร้อมที่จะเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักที่พร้อมจะนิยามรูปแบบของการทำงานยุคใหม่ของตลาดแรงงานทั่วโลก

วันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีข้อมูลของ  Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ชั้นนำ เกี่ยวกับ กลุ่มแรงงานรุ่นใหม่หรือกลุ่ม Gen Z

ข้อมูลจาก Jobsdb by SEEK  บอกว่า  Gen Z ถือเป็นกลุ่มแรงงงานใหม่ที่ไม่เพียงกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีการทำงาน แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้องค์กรไทยควรเร่งปรับตัว เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดแรงงานของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้

“ดวงพร พรหมอ่อน” กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย บอกว่า องค์กรไทยต้องพยายามเปิดใจและทำความเข้าใจว่า Gen Z ไม่ได้มองหางานเพียงเพื่อค่าตอบแทน แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับโอกาสในการพัฒนาในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยความยืดหยุ่นในการทำงาน และคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งองค์กรที่เข้าใจและสามารถสร้างวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์ จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบในการดึงดูดและรักษาบุคลากรรุ่นใหม่นี้ไว้ได้

“ พวกเขาจะเป็นพลังสำคัญ ร่วมกับเจเนอเรชันอื่น ๆ ทั้ง Gen X และ Gen Y ซึ่งจะช่วยผลักดันองค์กรและภาพรวมตลาดแรงงานของประเทศไทยในอนาคตอัน โดยองค์กรไทยสามารถเริ่มต้นการปรับตัวได้จากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการสร้างความเข้าใจและเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานได้มากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการ ถอดรหัสแรงงาน Gen Z ที่ถือเป็น “แรงงานแห่งอนาคต” พบว่า  ลักษณะเด่นของแรงงาน Gen Z ที่กำลังปรากฏชัดเจนในตลาดแรงงานไทย คือ การคาดหวังว่าองค์กรต้องก้าวให้ทันทั้งในแง่ “เครื่องมือและเทรนด์” ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  เพราะ กลุ่ม Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัลและคุ้นเคยกับนวัตกรรมใหม่ ๆ

 นอกจากนี้กลุ่ม Gen Z ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตและเป้าหมายในสายอาชีพ มองหางานที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ พร้อมทั้งการมีส่วนร่วมในงานที่มีคุณค่ามากกว่าการดูแค่เงินเดือนหรือผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว

อีกหนึ่งสิ่งที่ กลุ่มแรงงาน Gen Z ยังให้ความสำคัญมากๆ ก็คือ เรื่องความยืดหยุ่นและคุณภาพชีวิต  นั่นหมายความว่า แรงงาน Gen Z ไม่ชอบการทำงานแบบนั่งติดโต๊ะตลอดช่วงเวลาการทำงาน ชั่วโมง แต่ควรจะทำงานแบบรีโมทหรือไฮบริด ที่ผสานกัน ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น โดยพนักงานสามารถเลือกทำงานได้ทั้งที่ สำนักงาน หรือ ออฟฟิต และการทำงานจากระยะไกล หรือ Remote Work  ไม่ว่าจะเป็นการ   ทำงานที่บ้าน ร้านกาแฟ หรือ Co-working space ที่กำลังเป็นที่นิยม

นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต และสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกงานของกลุ่ม Gen Z และสิ่งสำคัญ คือ การเลือกองค์กรมีค่านิยมสอดคล้องกับตัวเอง โดยเฉพาะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม  การทำความเข้าใจ ลักษณะเหล่านี้คือ “กุญแจสำคัญ” ในการดึงดูดและรักษาพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรยาวนานมากได้ เพราะเป็นที่รู้ๆกันว่า  กลุ่ม Gen Z เปลี่ยนงานบ่อย หากมีอะไรที่ไม่สอดคล้องกับความคิดและวีถีชีวิตของตนเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อองค์กรมีแรงงานกลุ่ม  Gen Z เพิ่มมากขึ้น สิ่งคำคัญ ก็คือ  การผสมผสานแรงงานจากหลายเจเนอเรชันยังคงเป็นโจทย์ท้าทาย ตึงจำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างความคาดหวังที่ต่างกัน เพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ซึ่งทางJobsdb by SEEK  จึงแนะนำให้มีการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน เช่น reverse mentoring หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจและช่วยเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ องค์กรควรนำระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นเข้ามาปรับใช้ เพื่อให้ Gen Z ได้ทำงานในแบบที่พวกเขาชื่นชอบ ขณะเดียวกันก็ยังตอบโจทย์ Gen X และ Gen Y ที่คุ้นเคยกับการทำงานในออฟฟิศ การเปิดทางเลือกที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการสื่อสารภายในที่เปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นกันได้อย่างต่อเนื่อง การปรับตัวในรูปแบบเหล่านี้จะช่วยให้พนักงานทุกเจเนอเรชันสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และทำให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในมุมกลับกัน หากองค์กรที่มองข้ามแรงงานกลุ่ม Gen Z  ไม่อยากเปิดรับ  จะเกิดอะไรขึ้น?  เรื่องนี้จะส่งผลเสียในสองด้าน คือ ด้านนวัตกรรมและด้านมุมมองใหม่ ๆ เนื่องจาก Gen Z มีความถนัดเพราะเติบโตมากับเทคโนโลยีและสื่อโซเชียลมีเดีย หากกีดกันพวกเขาออกไปจากองต์กร หนือบริษัท นั้นหมายความว่า องค์กรอาจพลาดโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และการปรับตัวตามสภาพตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

และ อีกด้านหนึ่ง คือ การรองรับบุคลากรในอนาคต เนื่องจาก Gen Z กำลังจะเป็นกลุ่มหลักในตลาดแรงงาน หากไม่ปรับตัวเพื่อรองรับ องค์กรอาจต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ แรงงาน Gen Z  ก็ต้องทำ คือ ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยเปิดใจเรียนรู้ในการทำงานร่วมกับเจเนอเรชันอื่น และพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีควบคู่ไปกับทักษะทางสังคม (soft skills) เพื่อสร้างสมดุลในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างยั่งยืน

ไม่เกิด “ช่องว่างระหว่างวัย”คุยกันไม่รู้เรื่อง จนส่งผลต่องานขององค์กร!!

Cyber Daily